Scale คือ อะไร? ตัวเลข จอมบงการ เบื้องหลังตึกระฟ้า และ สิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย…

1388
Scale

เด็กสถาปัตย์และนักเรียนการออกแบบทั่วโลกคงจะคุ้นกับตัวเลขชุดหนึ่งที่มีเครื่องหมายอัฒภาค หรือ Colon (:) อยู่กึ่งกลางที่เรียกกันว่าสเกล” (Scale) และคงจำมันได้ขึ้นใจ แต่ถึงแม้คนทั่วไปอาจจะคุ้นๆ และเคยเห็นอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าถึงเวลาใช้จริงๆ อาจจะมีปวดหัวเล็กน้อยถึงปานกลางกันอย่างแน่นอน

แต่รู้ไหมว่าตัวเลขสเกลที่ดูธรรมดาพวกนี้มีถือเป็นแหล่งพลังงานของการสร้างสรรค์มากมาย เพราะไม่ว่าจะสถาปนิกหรือคนทำผังเมืองไปจนถึงนักตกแต่งภายใน และนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผู้ซึ่งทำงานกับวัตถุและมาตรวัดที่ต่างกันออกไป ก็ใช้ตัวเลขแบบเดียวกันนี่แหละในการเริ่มต้นวาดแผนผังและแบบจำลองต่างๆ

กว่าจะมาเป็นตึกสวยๆ หรือเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ให้เราเห็นได้นั้น นักออกแบบต้องเริ่มต้นจากการวาดรูปขึ้นมาก่อนเพื่อให้คนเห็นถึงแนวคิดและสเปคของงาน และทำให้เห็นภาพว่าเมื่อทำเสร็จแล้ว จะออกมารูปร่างหน้าตาอย่างไร สเกลจึงถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ภาพวาดเหล่านั้นสามารถนำไปผลิตงานได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความต้องการทั้งทางด้านความสวยงามและความมีประสิทธิภาพในการใช้งานจริง ตัวเลขก่อนเครื่องหมาย : หมายถึง สัดส่วนของขนาดจริง ส่วนตัวเลขหลังเครื่องหมายก็หมายถึงขนาดของภาพวาด เช่น 1:1 หมายถึง ฟูลไซส์ แปลว่าถ้าวาดรูปเก้าอี้ในสเกล 1:1 ก็ต้องใช้กระดาษใหญ่ขนาดเท่ากับตัวเก้าอี้ของจริงนั่นเอง

การใช้สเกลนั้นไม่ใช่เพียงแค่การรู้จักตัวเลขที่สัมพันธ์กันสองจำนวนเท่านั้น เพราะยังทำหน้าที่เป็นผู้นำทางในการทำงานออกแบบอีกด้วย เพราะโดยปกติแล้ว ดีไซน์เนอร์จะเริ่มจากการออกแบบโครงร่าง ซึ่งใช้สเกลขนาดเล็ก ก่อนจะค่อยๆ ใส่รายละเอียดมากขึ้น และทำให้ต้องสเกลที่ใหญ่ขึ้น วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับสเกลต่างๆ ที่เหมาะกับงานแต่ละชนิดกัน

1:50.000 ถึง 1:2.000

สเกลขนาดเล็กที่ช่วยแสดงงานใหญ่ให้เข้าใจง่ายขึ้น นิยมใช้ในการทำแผนที่ วางผังชุมชนหรือเขต หรือแม้กระทั่งเมืองเล็กๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน สเกลนี้ยังนิยมใช้ในการวางผังเมืองและวางโซนนิ่ง รวมไปถึงการทำมาสเตอร์ แพลน และ การสำรวจ Photogrammetric ทางอากาศ

1:1.000 ถึง 1:500

สเกลชุดนี้ใช้ในงานก่อสร้างเพื่อขยายภาพที่ต้องการความเข้าใจในสภาพแวดล้อมโดยที่ไม่ต้องแสดงพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ สเกลขนาดนี้ยังสามารถมองเห็นองค์ประกอบสำคัญอย่างเช่นสาธารณูปโภค ทำให้สามารถใช้ดูภาพโดยรวมของตึกและสถานที่ตั้ง รวมไปถึงสถานที่ใกล้เคียง ได้อีกด้วย

1:250 ถึง 1:200

เมื่อการทำพรีเซ้นเทชั่นเริ่มย้ายจุดโฟกัสจากพื้นที่โดยรอบ เข้ามาอยู่ที่การดีไซน์แล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องขยายภาพขึ้นมาอีกโดยใช้สเกล 1:250 to 1:200 ซึ่งจะทำให้องค์ประกอบของการออกแบบโดดเด่นขึ้นมา ทั้งรูปทรง ความหนา ทางเข้า ลักษณะของหลังคา และความสัมพันธ์ของสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ว่าง สเกลชุดนี้ยังสามารถใช้ในการวางแผน แบ่งสัดส่วน และการยกพื้นในอาคารที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงใช้เพื่อวิเคราะห์การวางสัดส่วนสำหรับช่อว่างและเลย์เอาท์

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีการใช้สเกลนี้ในงานที่เล็กกว่าเดิมได้อีกเช่นกัน เพราะมันสามารถใช้เป็นสเกลตั้งต้นที่ใช้สำหรับการพูดคุยและตัดสินใจ ซึ่งจะค่อยๆ ถูกพัฒนาให้แม่นยำทั้งด้านเทคนิคและการก่อสร้างต่อไป

1:150 ถึง 1:100

เมื่อสเกลใหญ่ขึ้น การวิเคราะห์ความโดดเด่นของแต่ละองค์ประกอบและขนาดของชิ้นงานที่สร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องสำคัญ สเกล 1:150 to 1:100 ช่วยให้นักออกแบบมองเห็นองค์ประกอบต่างๆ ชัดขึ้น นอกจากนี้ยังนิยมใช้เป็นสเกลตั้งต้นสำหรับงานที่เล็กลงไปและการจัดหมวดหมู่สิ่งปลูกสร้าง สำหรับอาคารที่ใหญ่ขึ้น สเกลนี้สามารถใช้เพื่อแสดงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โมเดล และองค์ประกอบของสิ่งปลูกสร้างและเลย์เอาท์แบบละเอียด

โดยส่วนมากแล้ว เจตนาของแต่ละการนำเสนอถือเป็นเรื่องสำคัญในการเลือกว่าจะให้องค์ประกอบไหนของสิ่งปลูกสร้างเด่นออกมา ไม่ว่าจะเป็นงานสองหรือสามมิติก็ตาม

1:75 ถึง 1:25

สเกลนี้นิยมใช้ในการวางโครงสร้าง เลย์เอ้าท์และพื้นที่ระหว่างชั้น แต่ก็สามารถใช้ในการวางพื้น การเคลือบกำแพงและการออกแบบภายใน

สเกลในช่วง 1:50 ถึง 1:25 ยังสามารถใช้ขยายขนาดห้องเพื่อดูรายละเอียดขององค์ประกอบบางชนิดให้ดีขึ้นได้ เช่นการทำท่อ เดินสายไฟและโครงสร้างอื่นๆ

1:20 ถึง 1:10

 

ถือเป็นสเกลที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก เพราะนิยมใช้กันในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะสเกลขนาดใหญ่ขึ้นนั้นเหมาะกับการแสดงองค์ประกอบที่สำคัญของวัตถุชิ้นเล็กๆ ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการใช้สเกลนี้ในการก่อสร้างด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ต้องการวาดโครงร่างที่มีความละเอียดสูงนั่นเอง

1:5 ถึง 1:1

เมื่อการทำงานเดินมาถึงจุดที่ไม่จำเป็นต้องแสดงพื้นที่ว่างรอบวัตถุแล้ว แต่เน้นไปที่โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญเท่านั้น สเกลขนาดใหญ่จึงถูกนำมาใช้เพื่อแสดงรายละเอียดทางด้านเทคนิคอย่างชัดเจน การใช้สเกลระดับนี้จำเป็นต้องพัฒนาการวาดโครงร่างมาอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องวัสดุ การปรับแต่ง เพื่อให้แม่นยำที่สุด ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างมีแผนดำเนินงานชัดเจนว่าต้องวางองค์ประกอบต่างๆ อย่างไร และสิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นนั้นจะทำงานได้อย่างไร ดังนั้น สเกลนี้จึงมักใช้ในขั้นตอนท้ายๆ ของการสร้าง โดยมักทำคู่กับโมเดลต้นแบบเพื่อให้ผู้ตัดสินใจได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจน

__

ความพยายามที่จะจัดระบบสำหรับการใช้สเกลในวงการสถาปนิกนั้นก็เพื่อแสดงความสำคัญของกระบวนการคิดและการตัดสินใจของการเลือกว่าจะนำสิ่งใดขึ้นมาแสดง การใช้สเกลจะช่วยให้นักออกแบบรับมือกับความซับซ้อนของกระบวนการออกแบบ และถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลงานของสถาปนิกทุกคนในทุกๆ วัน

Note: ตัวอย่างที่แสดงในบทความนี้ไม่จำเป็นต้องตรงตามสเกลที่ให้ไว้เสมอไป การผลิตซ้ำทางดิจิตอลและอุปกรณ์ช่วยขยายภาพทำให้การหาสเกลที่เที่ยงตรงที่สุดนั้นเป็นไปได้ยากอย่างมาก ตัวอย่างนี้จึงเป็นเพียงการบอกองค์ประกอบคร่าวๆ ที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบทางสถาปัตยกรมในแต่ละสเกลที่กล่าวไว้ข้างต้นเท่านั้น

  SOURCE: https://www.archdaily.com/904882/understanding-and-using-architectural-scales  

Comments