“House W” กับ คุณสมบัติที่ ทาวน์เฮ้าส์ พึงมี! สุดยอดการรีโนเวท ด้วย ‘การออกแบบที่ตรงจุด’

5146
{RAVEN. project}
รายละเอียดโปรเจค

สถาปนิก. KC Design Studio
ประเภท. บ้านพักอาศัย
ที่ตั้ง. Taipei ประเทศไต้หวัน
พื้นที่ใช้สอย. 198 ตารางเมตร
ปี. 2017
รูปภาพ. SAM ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า บ้านหลังนี้มีอายุยาวนานกว่า 50 ปี แน่นอนว่าเหตุผลในการรีโนเวทจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก ทำเลสุดแจ่มของบ้านหลังนี้ที่ตั้งอยู่กลางกรุงไทเป ตัวบ้านถูกสร้างให้เป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น อย่างที่เห็นกันอยู่ทั่วไปในไต้หวัน ซึ่งจะช่วยประหยัดพื้นที่ในด้านกว้างและทำให้มีพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าบ้านลักษณะนี้จะมีข้อดีหลายประการจนทำให้เป็นที่นิยมกันมากในไต้หวัน แต่ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ การรับแสงโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ด้วยความที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าแนวตั้งขนาบข้างด้วยบ้านทั้งซ้ายและขวา ด้านข้างของตัวบ้านจึงถูกปิดทึบ ทำให้มีพื้นที่รับแสงจากด้านหน้าและด้านบนเท่านั้น ครั้นจะเปิดกว้างก็ทำไม่ได้ เนื่องจากว่าบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน แล้วยังอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างตลาดกลางคืนของไทเป จึงทำให้มีเสียงรบกวนอยู่ตลอด ทีมสถาปนิกจึงต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยด้วยในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดต่างๆ ถูกนำมาใช้เป็นโจทย์หลักในการออกแบบและรีโนเวท เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง เพิ่มประโยชน์การใช้งานและสร้างความสวยงามไปพร้อมๆ กัน เริ่มจากสองสิ่งสำคัญนั่นก็คือ ช่องรับแสง และ ความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ การออกแบบให้มีแสงเข้ามามากขึ้น โดยการใช้ส่วนหน้าของบ้านที่ติดกับช่องรับแสงเปิดเป็นพื้นที่โล่ง เป็นเหมือนระเบียงให้สามารถออกไปยืนชมวิวได้ นอกจากนี้สถาปนิกได้เลือกติดตั้ง ‘วัสดุกึ่งโปร่งแสง’ ไว้เป็นเปลือกด้านหน้า และด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับแสงธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แถมยังใช้สอยพื้นที่ตรงส่วนหน้าได้อีก ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย เพราะคนภายนอกจะไม่สามารถมองเห็นได้ มิหนำซ้ำ สิ่งนึงที่เป็นผลพลอยได้ตามมาก็คือ ช่องลม ที่ช่วยเพิ่มการระบายอากาศและการรับแสงจากธรรมชาติ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสี่ตัวเลยทีเดียว (แสง อากาศ พื้นที่ใช้สอย และความเป็นส่วนตัว) โปรเจคนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรีโนเวทอย่างชาญฉลาด และมีการออกแบบการรับแสงอย่างครบวงจร เพราะไม่ได้มีเพียงด้านหน้าของบ้านเท่านั้น แต่สถาปนิกได้ออกแบบให้มีการรับแสงโดยตรงจากด้านบน ส่องลงมากลางบ้านตามภาพที่เห็นโดยเอาเพดานบางส่วนของแต่ละชั้นออก เพื่อเปิดรับแสงจากธรรมชาติ ทำให้แสงสว่างส่องถึงทั่วทั้งตัวบ้าน ราวกับว่านี่ไม่ใช่บ้านทาวน์เฮ้าส์ยังไงอย่างนั้น และด้วยเทคนิคการควบคุมแสงนี้เอง ทำให้ปริมาณของแสงที่ส่องเข้ามาไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ทั้งหมดนี้ทำให้ตัวบ้านจะดูโปร่งและโล่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเจาะช่องหน้าต่างด้านหลังเสริมเพื่อเพิ่มจุดรับแสง การทำเช่นนี้ก็ทำให้แสงสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ใช้สอยได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ นอกจากเทคนิคและวิธีการต่างๆ แล้ว เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ในที่นี้วัสดุทุกชิ้นจะต้องมีคุณสมบัติเดียวกัน คือ เป็นวัสดุที่โปร่งแสง ตัวอย่างเช่นกระจกที่นำมาใช้แทนที่เพดาน ตลอดจนบันไดที่ออกแบบมาให้มีลักษณะเป็นเหล็กฉลุ ที่นอกจากจะมีความทนทานแล้ว ยังทำให้มีแสงทะลุผ่านมาเพิ่มได้อีก เรียกได้ว่าเก็บทุกเม็ดจริงๆ ส่วนของระเบียงด้านหลังบ้านก็ถูกดัดแปลงมาให้มีระยะห่างจากบ้านของเพื่อนบ้านมากขึ้นอีกสักหน่อยจากเดิม 40 เซนติเมตร เป็น 90 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของห้องน้ำ ทางสถาปนิกได้เลือกใช้กระจกกั้นแบ่งสัดส่วน เพื่อที่จะรับแสงโดยรอบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้อีกนั่นแหละ แม้ว่าจะมีการเน้นหนักไปที่การจัดการกับแสง และความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย สถาปนิกก็ยังไม่ลืมคุณสมบัติหลักที่บ้านทาวน์เฮ้าส์ทุกหลังพึงมี นั่นก็คือพื้นที่ใช้สอย โดยเฉพาะพื้นที่เก็บของ การออกแบบพวกตู้เก็บของต่างๆ จึงถูกจัดให้อยู่ติดกำแพงทั้งหมด เพื่อให้เหลือพื้นที่ใช้สอยตรงกลางเอาไว้มากที่สุด แน่นอนว่าสถาปนิกได้ใช้วัสดุเป็นตัวช่วยอีกเช่นเคย การเลือกใช้พื้นไม้สีขาว ตลอดจนการเลือกสีขาวเป็นโทนสีหลักของบ้าน ช่วยทำให้รู้สึกว่าภายในตัวบ้านสว่างโปร่งโล่งสบายเป็นอย่างยิ่ง ส่วนตรงผนังกำแพงนั้นก็เลือกใช้เป็นปูนธรรมดา การใช้พื้นไม้และกำแพงปูนนี้ยังช่วยทำให้แสงสะท้อนกันอยู่ภายในตัวบ้านมากขึ้นไปอีก รวมถึงการสะท้อนบนกระจกที่อยู่ตามจุดต่างๆ เช่นกัน ทั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าการรีโนเวทในครั้งนี้จะทำให้อะไรๆ ภายในบ้านเปลี่ยนไปทั้งหมดเพราะกลิ่นอายเดิมๆ ของโครงสร้างเก่า ก็ไม่ได้จางหายไปแต่อย่างใด ถ้าลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสถาปนิกไม่ได้แตะต้องโครงสร้างหลักเลย นี่สิถึงเรียกว่ารีโนเวทที่แท้จริง ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโปรเจคนี้เป็นสิ่งที่สถาปนิกคิด และตั้งใจออกแบบมาโดยเฉพาะ แล้วคุณล่ะ… ตั้งใจทำอะไรเต็มที่ เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้บ้างหรือยัง?
SOURCE

https://www.archdaily.com/884174/house-w-kc-design-studio    

Comments