5 สถาปัตยกรรมรางวัล การประยุกต์ใช้ ‘วัสดุ’ และ ‘ภูมิปัญญาท้องถิ่น’ ได้อย่างงดงามและชาญฉลาด

1984
งานหลักของสถาปนิกทุกคน คือ การตอบสนองความต้องการของลูกค้า แต่การตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจบริบทโดยรอบของสิ่งปลูกสร้างก็อาจทำให้งานง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยากไปได้ การใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยอย่างเช่น การเลือกวัสดุ และ การใช้งานฝีมือจากท้องถิ่น จะไม่เพียงทำให้งานนั้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้พวกเขาอีกด้วย   วันนี้เราจึงได้คัดเลือกโครงการซึ่งชนะการประกวด 2018 A+Awards season และมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านปรับตัวให้เข้ากับบริบทโดยรอบทั้ง 5 โครงการมาให้ยลโฉมกัน การประกวดดังกล่าวจะมีการออกหนังสือปกแข็ง 4 สีทั้งเล่มใช้ชื่อว่า Architizer: The World’s Best Architecture โดยหนังสือเล่มนี้จะมีการรวบรวมโครงการสวยๆ แบบนี้อีกเพียบ ถือว่าคราวนี้เป็นการยั่วน้ำลายไปก่อนแล้วกัน  

1. Adventurous Global School

ผู้ชนะจากกรรมการและความนิยมทั่วไปในด้านแนวคิด ประเภทสถาปัตยกรรมและการเรียนรู้ โดย Orient Occident Atelier OOA สถานที่ Krong Battambang, Cambodia OOA ได้เปลี่ยนสถาปัตยกรรมของ Adventurous Global School ให้กลายเป็นชุดการเรียนรู้ของเด็กๆ แผ่นเหล็กและไม้อัดจากท้องถิ่นไม่เพียงแต่จะใช้ในการสร้างชั้นวางของเท่านั้น แต่ยังออกแบบเพิ่มเติมกลายเป็นอุปกรณ์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ ซึ่งได้สร้างความกระตือรือร้นให้กับเหล่าเด็กๆ ไม่น้อย การออกแบบพื้นที่ยกสูงช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วม แถมยังเป็นการปรับเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวกัมพูชาเรื่องการประโยชน์จากลานโล่งกว้าง นอกจากนี้ อิฐและซุงจากพื้นที่โดยรอบยังได้รับการตกแต่งและก่อสร้างโดยช่างฝีมือท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้เพื่อสร้างความกลมกลืนให้กับตัวอาคารเพิ่มขึ้นอีกด้วยอีกด้วย    

2. Bamboo Sports Hall at Panyaden International School

ผู้ชนะคะแนนนิยมในด้านกีฬาและสันทนาการ ประเภทศูนย์สันทนาการ โดย Chiangmai Life Architects สถานที่ เชียงใหม่ ประเทศไทย โครงการนี้มาจากมันสมองคนไทยเราเอง โดยแนวคิดตั้งต้นของทีมงาน Chiangmai Life Architects คือการผนวกรูปทรงของดอกบัว วิศวกรรมที่ล้ำสมัยและไม้ไผ่ธรรมชาติเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโถงกีฬาไม้ไผ่อันน่าตื่นตาตื่นใจที่โรงเรียนนานาชาติปัญญาเด่น โครงสร้างที่แสดงให้เห็นไม้ไผ่ที่ถูกดัดให้กลมกลืนกับพื้นที่เดิมไม่เพียงแต่จะเป็นความสำเร็จอย่างงดงามางวิศวกรรมเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้เกิดการถ่ายเทที่เหมาะสมกับพื้นที่ออกกำลังกายทั้งปีจากการไหลเวียนของลมตามธรรมชาติ แถมยังเป็นฉนวนกันความร้อนในตัวอีกด้วย การออกแบบโครงสร้างนั้นอิงมาจากรูปทรงของไม้ไผ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งสามารถยาวได้ถึง 17 เมตรโดยที่ไม่มีเหล็กหรือคานมาเสริม และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือไผ่ที่เลือกมาใช้นั้นมีอายุถึง 50 ปี และได้รับการดูแลโดยใช้เกลือบอแรกซ์โดยไม่มีการผสมสารเคมีอันตรายอื่นๆ เจือปนเลย

3. Somjai House

ผู้ชนะความนิยมทั่วไปในด้านแนวคิด ประเภทสถาปัตยกรรมกับความยั่งยืน โดย NPDA studio สถานที่ เกาะพงัน ประเทศไทย บ้านสมใจไม่เพียงแต่จะเป็นบ้านพักสำหรับตอนเกษียณของเจ้าของเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับรีสอร์ตที่ใช้ชื่อว่า CocoNutNoom ซึ่งครอบครัว เพื่อน และแขกสามารถมาเยี่ยมเยือนและผ่อนคลายได้ การออกแบบแบ่งห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่ทำอาหาร โถงอเนกประสงค์ ไว้หลายส่วน การออกแบบโครงสร้างให้ดูไหลลื่นได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นที่ภูเขาโดยรอบ และการใช้สีหลักเป็นสีแดงสดก็เพื่อที่จะตัดกับสีเขียวของทิวต้นมะพร้าวและสีฟ้าของน้ำทะเล ส่วนที่สำคัญของโครงการนี้ก็คืออิฐและปูนขัดมันที่ใช้นั้น คัดเลือกมาจากคุณสมบัติให้ความเย็นของพวกมัน โดยใช้ความชำนาญการของช่างในพื้นที่เป็นผู้ก่อสร้าง บันไดเหล็กบางนั้นยังเป็นเสมือนการแสดงงานศิลปะของช่างฝีมือในพื้นที่อีกด้วย

4. Dabao Primary School and Community Cultural Centre

ผู้ชนะความนิยมทั่วไปในด้านแนวคิด ประเภทสถาปัตยกรรมกับมนุษยธรรม โดย Project Mingde (The University of Hong Kong) – Elisabeth Lee สถานที่ Guangxi, China ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งข้าวอันเงียบสงบในเขตภูเขาอันห่างไกลของจังหวัด Guangxi ของประเทศจีน มีเพียง 110 ครัวเรือนที่อยู่ในชุมชนเล็กๆ นี้เท่านั้นที่จะใช้งาน Dabao Primary School and Community Cultural Centre แห่งนี้ ถึงอย่างนั้น ผู้สร้างก็ได้ออกแบบให้ครบถ้วนทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นมุกหน้าที่สร้างความเป็นส่วนตัวและกันเสียงรบกวนจากถนนด้านหน้า รวมไปถึงบังแสงยามกลางวัน สถานที่แห่งนี้ยังโดดเด่นด้วยการใช้ไม้ไผ่จากท้องถิ่นทั้งหมด โดยไม้ไผ่แต่ละขนาดก็ถูกนำมาใช้สร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปตามแต่การใช้งานของแต่ละห้องด้านใน

5. Temple in Stone and Light

ผู้ชนะจากกรรมการด้านรายละเอียด ประเภทสถาปัตยกรรมกับการใช้หิน โดย SpaceMatters สถานที่ Barmer, India วิหารแห่งหินและแสงโดย SpaceMatters เปิดโอกาสให้สำรวจการตีความอย่างร่วมสมัยของสัญลักษณ์เก่าแก่และเทคนิคการก่อสร้าง เนื่องจากการให้ความสำคัญกับการใช้หินเป็นวัสดุหลักของอาคาร สถาปนิกได้แสดงความเคารพกับเอกลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างท้องถิ่นในขณะที่เพิ่มเติมเทคนิคใหม่ให้กับตัววิหาร ผู้สร้างได้เลือกอิฐ Jaisalmer ซึ่งสีโทนออกเหลืองและใช้กันทั่วไปในแถบนั้น โดยหินนี้ถูกนำมาจัดวางแบบเรียงสลับเพื่อให้แสงธรรมชาติที่อ่อนโยนได้เข้ามาอย่างเต็มที่และตัดชัดเจนกับความหนักแน่นของหินและสร้างมิติให้กับพื้นที่ ซึ่งการใช้หินนี้ยังรวมไปถึงการเรียนรู้ถึงความลึกซึ้งและธรรมเนียมโบราณของช่างฝืมือหินซึ่งคงอยู่มานานนับพันปีในแคว้น Rajasthan
??????????
ถ้าสนใจอยากดูงานด้านบนแบบเต็มๆ และงานอื่นๆ สามารถสั่งหนังสือได้ที่ https://uk.phaidon.com/store/architecture/architizer-the-worlds-best-architecture-9780714878706/ SOURCE: https://architizer.com/blog/inspiration/collections/aawards-local-knowledge/

Comments