นวัตกรรมแห่งแสงของโลกอนาคต โดย Roosegaarde : รีโนเวท “ประตูระบายน้ำ” ที่ส่องสว่าง โดยไร้ดวงไฟ…

16838

{RAVEN. project}

ใครจะเชื่อ ถ้าไม่ได้เห็นกับตา… นี่เรากำลังจะเข้าสู่ยุคเหมือนในหนังเรื่อง Tron แล้วหรือนี่? Studio Roosegaarde ได้พิสูจน์แล้วว่ามันจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต หลังจากได้อวดโฉมใหม่ของประตูระบายน้ำ ณ ประเทศเนเธอแลนด์ ที่มีหน้าตาราวกับว่าเป็นสถาปัตยกรรมของโลกอนาคต และที่สำคัญผลงานชิ้นนี้มีสิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือวัสดุที่ก่อสร้างนั้น ไม่มีหลอดไฟเลยแม้แต่ดวงเดียว

คำเตือน – บทความต่อไปนี้ ไม่ใช่บทความเบาสมอง แต่เป็นบทความที่จะเปิดมุมมองด้วยความรู้แน่นๆ สาระเน้นๆ


Daan Roosegaarde และทีมของเขาได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่นให้ทำการปรับปรุงและสร้างจุดเด่นให้ประตูระบายน้ำเก่าแก่ของเมืองแห่งนี้ Roosegaarde กล่าวว่า “เขื่อนในเนเธอร์แลนด์เทียบได้กับวัวศักสิทธิ์ของอินเดีย โดยปกติแล้วจะไม่สามารถจับต้องได้”

“เราตีโจทย์งานชิ้นนี้ว่าจะต้องเป็นการแต่งเติมจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปในชิ้นงาน เพราะงานชิ้นนี้ถูกออกแบบให้คล้ายกับโบสถ์ ซึ่งมีความสวยงามอยู่ในตัว” เดิมประตูระบายน้ำนี้ถูกดีไซน์และสร้างขึ้นโดย  Dirk Roosenberg ในปี 1932 ซึ่ง Afsluitdijk เป็นกำแพงกั้นน้ำที่ขนาบข้างทางหลวง ลากยาวจากเมือง Den Oever ใน North Holland ไปยัง เมือง Zurich ใน Friesland

เขื่อนสร้างพื้นที่ส่วนกลางของ Zuiderzee Works ซึ่งเป็นระบบป้องกันน้ำท่วมที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อป้องกันดินแดนแห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และแนวกันคลื่นถูกกัดเซาะจนคอนกรีตและโครงสร้างภายในผุกร่อนไปมาก นอกจากจะซ่อมแซมแล้ว Studio Roosegaarde ยังต้องการหาทางที่จะเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ ‘ประติมากรรมแสง’ แต่ถึงอย่างไรก็มีอุปสรรคมากมายในการปรับเปลี่ยนนี้ เนื่องด้วยข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม การใช้หลอดไฟและสายไฟแบบเดิมอาจถูกทำให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็วจากการกัดเซาะของน้ำทะเลและคลื่นลม

ทีมสถาปนิกตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงการใช้มลพิษทางแสงใดๆที่อาจรบกวนการดำเนินชีวิตของนกท้องถิ่น หรือสนับสนุนการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล อีกทั้งยังคำนึงถึงสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเนเธอร์แลนด์ในเวลาต่อมา ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้ Roosegaarde ไม่มีทางเลือก… จนต้องหันเข้าหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติแทน และการถูกบีบรัดนี่เองที่ช่วยกระตุ้นความคิด ดึงเอาความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกออกมา จนกระทั่งกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในผลงาน ผลสุดท้าย Studio Roosegaarde จึงได้ทำการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ด้วยการติดตั้งวัสดุที่สามารถเปล่งแสงสะท้อนแสงไฟหน้าของรถที่ขับผ่านมา และเกิดเป็นแสงสว่างดังที่เห็น Roosegaarde กล่าวว่า “พวกเรามองเห็นปีกของผีเสื้อ สังเกตวิธีที่มันใช้แสงสะท้อนเพื่อสร้างสีสัน มันน่าสนใจมาก เนื่องจากมันไม่ได้เป็นเม็ดสีดังนั้นจึงไม่หายไป”  ทีมสถาปนิกใช้เวลากว่า 3ปีครึ่ง เพื่อพัฒนาไมโครปริซึ่มที่คงทน เพื่อใช้ในการเคลือบพื้นผิวของประตูระบายน้ำ “เราอยากสร้างผลงานที่สามารถอยู่ได้ถึง 50 ปี หรือ 100 ปี หากเป็นไปได้” Roosegaarde กล่าว “มันเหมือนเป็นการต่อจิ๊กซอว์ ที่ใช้ข้อจำกัดผลักดันดีไซน์ให้ออกมา”

เมื่อรถขับผ่านถนนเส้นนี้ในเวลากลางคืน ไฟหน้ารถที่ส่องไปกระทบ จนเกิดการสะท้อนกลับของแสง โดยแสงที่สะท้อนกลับนั้น จะทำให้ประตูระบายน้ำที่อยู่ในแต่ละฟากของถนนเด่นชัด ราวกับว่ามีดวงไฟติดอยู่ Roosegaarde กล่าวว่า “ผลที่ได้นั้น ทำให้ประตูระบายน้ำดูเหมือนสิ่งปลูกสร้างในหนัง sci-fi” และเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โปรเจคนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสมจริง และความตรงไปตรงมาในการออกแบบที่เกี่ยวกับแสง เขาได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าการเป็นสถาปนิกและนักพัฒนาสามารถเป็นด้วยกันได้ไม่ยากเลย โดย Roosegaarde กล่าวว่า “คุณกำลังสร้างแบบอย่างให้แก่วงการสถาปัตยกรรม และในเวลาเดียวกันคุณกำลังให้อนาคตแก่พลังงานสะอาดและพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นอกจากนี้ ‘ประตูแห่งแสง’ เป็นหนึ่งในผลงานถาวรของนิทรรศการ Icoon Afsluitdijk ที่จัดแสดงบนสันเขื่อนที่ยาวถึง 32 กิโลเมตร ในนิทรรศการ Icoon Afsluitdijk ยังประกอบด้วย Windvogel ซึ่งเป็น ‘ว่าว’ ที่สร้างพลังงานสะอาดขึ้น เมื่อว่าวตีโต้ลมผ่านไดนาโมที่ติดไว้บริเวณฐาน นอกจากนี้เชือกป่านของว่าวนั้นยังเรืองแสงในที่มืด “คุณจะได้มีลำแสงเต้นระบำอย่างสวยงามกลางอากาศ และในเวลาเดียวกันก็ยังผลิตพลังงานสะอาดด้วย” Roosegaarde กล่าว 

Windvogel ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อ Roosegaarde เข้าร่วมโครงการในฝันของอดีตนักบินอวกาศชาวดัตช์ที่ชื่อ Wubbo Ockels กระทั่งเขาได้เสียชีวิตในปี 2014 เขาเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาว่าวที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ Studio Roosegaarde ได้ทำงานร่วมกับภรรยาและนักเรียนของเขา จาก Dleft University of  Technology เพื่อให้เกิดว่าวที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 100 กิโลวัตต์ อีกทั้งยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Glowing Nature’ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเรืองแสงจากสาหร่าย ซึ่งเป็นแสงจากธรรมชาติ ทั้งนี้ Studio Roosegaarde ใช้เวลากว่าสองปีครึ่งไปกับการเลี้ยงสาหร่าย และภายใต้สภาวะที่เหมาะสม สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมได้ปล่อยแสงออกมาเมื่อโดนสัมผัส ทางทีมสถาปนิกได้ใช้บังเกอร์คอนกรีตกับ Afsluitdijk เพื่อสร้างพื้นที่ว่างชั่วคราว ที่ซึ่งผู้เยี่ยมชมสามารถชื่นชมสาหร่ายเหล่านั้นได้  “นี่คือการแสดงความสำคัญในเรื่องอนาคตของแสง อะไรที่เราเรียนรู้จากธรรมชาติ วิธีไหนที่เราจะสร้างสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ยังคงเป็นเรื่องลึกซึ้งและต้องเรียนรู้ต่อไปอีกมาก” Roosegaarde กล่าว Roosegaarde ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Dezeen’s Good Design for a Bad World โดยเขาเรียกร้องให้นักออกแบบละทิ้งการสร้างสิ่งที่หรูหรา แล้วหันมาสนใจการแก้ไขปัญหาอย่างปัญหามลพิษ ตัวอย่างเช่น Smog Free Tower ในปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศสูง 7 เมตร โดยพวกเขาหวังว่าจะสามารถฟอกฝุ่น อากาศในเมืองหลวงของจีน ที่กำลังประสบปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงได้ สุดท้ายนี้ Roosegaarde ได้ฝากข้อคิดไว้ว่า “ผมรักที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ตามจินตนาการ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถทำได้จริง บางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นชาวดัตช์ก็ได้”  

SOURCE
https://www.dezeen.com/2017/11/20/daan-roosegaarde-studio-icoon-afsluitdijk-floodgates-reflective-netherlands-dutch-design-windvogel  

Comments