คิดเพื่อโลก ทำเพื่อเรา เอาให้ปัง! : KEEP IT LOCAL ไปกับ INC ที่ “1 Hotel Brooklyn Bridge Park”

4579
{RAVEN. interior}

หลายคนคงคุ้นหูกับวลีสุดฮิต Think globally, Act locally หรือการคิดให้ไกลระดับโลกและปฏิบัติแบบท้องถิ่น… สำหรับบริษัทสถาปนิกอย่าง INC Architecture & Design แล้ว พวกเขาใช้แนวคิด “Think globally. Design locally” ในการออกแบบและตกแต่งภายใน 1 Hotel ที่ตั้งอยู่ในย่าน Brooklyn สุดฮิปแห่งมหานคร New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของโรงแรมได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งชูสโลแกนหลักในการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแน่นอนว่าพวกเขาก็ได้เลือกวันเปิดตัวผลงานออกแบบนี้ในวันพิเศษอย่าง วันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ที่ผ่านมา

แม้ว่านี่อาจจะดูเหมือนโปรเจคการออกแบบและตกแต่งภายในทั่วๆไปให้กับโรงแรม แต่จริงๆแล้วโปรเจคนี้ไม่มีคำว่าหมูแน่นอน เพราะลูกค้าในทีนี้คือ Barry Sternlicht CEO ของ Starwood Capital Group ซึ่งเคยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมและความสำเร็จของโรงแรมหรูอย่างเครือ W Hotels นั่นทำให้โจทย์ในครั้งนี้ไม่ง่ายเอาเสียเลย

เมื่อคำถามหลักของพวกเขา คือ จะหรูหราอย่างไรให้ยั่งยืน? จะสวยอย่างไรให้(ใช้)ไม่เยอะ? ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างความสมบูรณ์แบบที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สถาปนิกจึงต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เริ่มจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนหน้านี้พื้นที่ของสวนสาธารณะสะพานบรูคลิน หรือที่รู้จักกันดีว่า ‘Pier One’ พื้นที่ในระแวกดังกล่าวยังเต็มไปด้วยโรงแรมและอพาร์ทเม้นท์มากมาย ทำให้เกิดความกังวลในตอนแรกว่า หากโรงแรมถูกสร้างขึ้นจริงจะบดบังทัศนียภาพของสะพานบรูคลินหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันโรงแรมเองก็สามารถสร้างรายได้ให้กับสวน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวที่มีมาหลายสิบปี
พื้นที่ 85 เอเคอร์ของท่าเรือเต็มไปด้วยเนินหินแกรนิตและเก้าอี้นั่งเล่นที่ทำจากซุง ซึ่งถูกนำออกมาจากโกดังที่รื้อออกไปก่อนหน้านั้น Sternlicht กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีพื้นที่ธรรมชาติอยู่ในงานของเขา โดย Kemper Hyers รองประธานอาวุโสของ Starwood Capital Group ได้เน้นย้ำอีกด้วยว่า “เราเป็นแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับพลังของธรรมชาติ”
Master bedroom ของห้อง presidential suite มีการนำไม้จากโรงนามาประยุกต์เป็นหัวเตียง. Photography by Eric Laignel คอนเซ็ปของโรงแรมในแบบของ Barry Sternlicht ซึ่งเป็นลูกค้าในโปรเจคนี้ คือ การใช้ความสวยงามจากธรรมชาติเป็นหลักและให้ออกมาเป็นงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการเลือกวัสดุที่เขาใช้ เช่น ที่นอนใยกัญชง ผ้าปูฝ้ายออร์แกนิค คีย์การ์ดที่ทำจากไม้รีไซเคิล และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของแบรนด์นี้คือการใช้ประโยชน์จากของเก่าหรือเสียอย่างไม้เก่าและหิน ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้บ่อยๆอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกันกับการทำให้เกิดความรู้สึกถึงธรรมชาติ เช่น การใช้ผนังสีเขียวและกระถางต้นไม้ตกแต่ง

ทั้งนี้ INC ได้ให้ความสำคัญกับรูปร่างเดิมของพื้นที่ ด้วยคอนเซ็ปที่ว่า “Context is everything” Adam Rolston ผู้อำนวยการออกแบบกล่าวว่า “เราพยายามผสมผสานประวัติศาสตร์ของที่นี่ ซึ่งเป็นที่ที่เคยเป็นท่าเรือมาก่อน ให้เข้ากับธรรมชาติที่สวยงามของสวน” ดังเช่นการใช้หินแกรนิตมาทำเป็นผนังสไตล์ rustic ตรงส่วนล็อบบี้ ซึ่งมีที่มาจากเหมืองแกรนิตดั้งเดิมที่ใช้สร้างสะพานบรูคลิน
แผ่นไม้ถูกดัดแปลงมาจากแทงค์น้ำเก่า ผนังและฝ้าเพดานทำให้การใช้ลิฟต์แต่ละครั้งรู้สึกเหมือนอยู่ในลังไม้บนเรือสินค้า พรมถูกทำให้เป็นรอยคล้ายกับเรือลำเก่า และผ้าคลุมเตียงและโซฟามีลักษณะคล้ายผ้าห่มเก่าขาด ทั้งหมดนี้ถูกตีความให้เป็นการตกแต่งสไตล์ industrial luxury ตามที่ Gabriel Benroth ผู้อำนวยการของสตูดิโอกล่าวว่า “พื้นที่ทั้งหมดถูกจัดวางให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ เหมือนโรงแรมค่อยๆ ถูกปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบัน” ในส่วนของการดัดแปลง ก่อนหน้านี้ส่วนก่อสร้างของโรงแรมถูกเฮอร์ริเคนแซนดี้โถมเข้าใส่ จนทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงและต้องถมพื้นให้สูงขึ้นอีก 36 นิ้ว Hyers กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์หนึ่งของโรงแรม โรงอาหารของพนักงานจึงถูกตั้งชื่อว่า 36 และยังเชื่อมโยงไปถึงภาพวาดในห้อง suite ที่จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเลข 36 ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นจริงที่นี่” Rolston, Benroth, และผู้อำนวยการออกแบบพื้นที่ Drew Stuart ได้ทำการศึกษาถึงจินตนาการของคนส่วนใหญ่ในแบบบรูคลิน ทุกอย่างถูกนำมาดัดแปลงและเน้นการ DIY เพื่อให้คนรู้สึกถึงลักษณะร่วมกันของพื้นที่นั้นๆ Rolston กล่าวว่า “สิ่งที่เรารักษาไว้คือการตีความวัสดุต่างๆและรูปแบบของมันที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกัน” การที่ INC ร่วมมือกับชุมชนก็เพื่อต้องการสร้างความเชื่อมโยงของโรงแรมกับพื้นที่จริงๆ ผู้คนมักคาดหวังว่าพวกเขาจะได้เห็นถึงวัฒนธรรมและลักษณะเฉพาะของเมืองต่างๆผ่านการเข้าพักที่โรงแรม ซึ่งที่นี่เรามีให้แล้ว เก้าอี้ Marmol Radziner ในล็อบบี้ หันหน้าเข้าหาโต๊ะค็อกเทลที่ Uhuru Design ออกแบบจากคานของโรงงานน้ำตาล Domino Sugar ใกล้ๆ. Photography by Eric Laignel.

นอกจากนี้ INC ยังได้ร่วมมือกับนักออกแบบและช่างฝีมือในนิวยอร์ค ด้วยคอนเซ็ปที่ว่า “งานออกแบบไม่ได้หยุดแค่ที่เรา” ตัวอย่างเช่น จากสะพานบรูคลิน Uhuru Design ได้เปลี่ยนคานจากโรงงานน้ำตาลไปเป็นโต๊ะค็อกเทลในลอบบี้ Bien Hecho ทำโต๊ะจากต้นไม้ที่ถูกทำลายจากเฮอร์ริเคนแซนดี้ในสวนพฤกษศาสตร์นิวยอร์ค, Fernando Mastrangelo Studio ทำโต๊ะจากซิลิการ์ที่มีรูปร่างคล้ายกับไข่ปลาคาเวียร์ ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นไปรูฟท็อปบาร์ ของตกแต่งในโรงแรมเป็นงานของนักออกแบบท้องถิ่น ชิ้นที่น่าสนใจคือการใช้หินออบซิเดียนหนักถึง 6,000 ปอนด์มาเป็นชานพักของบันไดตรงลอบบี้ เส้นลวดสีดำทำให้นึกถึงลวดของสะพานบรูคลิน นอกจากนี้ยังมีหลอดไฟแบบ Edison ที่ถูกใช้เพียงเล็กน้อยในส่วนลอบบี้ซึ่งไม่สามารถหาได้จากส่วนอื่นของโรงแรม —Christien Meindertsma ใช้เก้าอี้เชือกปอถักเป็นส่วนประกอบของโถงก่อนเข้าห้องจัดเลี้ยง. Photography by Eric Laignel.—  

SOURCES
http://www.interiordesign.net/projects/13742-inc-architecture-and-design-keeps-it-local-at-1-hotel-brooklyn-bridge-park/
https://inc.nyc/
https://www.cnbc.com/2016/08/25/barry-sternlicht.html
https://www.wallpaper.com/travel/usa/new-york/hotels/1-hotel-brooklyn-bridge    

Comments