ความแออัด ที่ แสนสบาย : ‘Maison T’ ความเป็นส่วนตัว จากร่มเงาของอาคารพาณิชย์

412
รายละเอียดโปรเจค
สถาปนิก. Nghia-Architect
ประเภท. บ้านพักอาศัย
ที่ตั้ง. เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม
ปี. 2016
รูปภาพ. Tuan Nghia Nguyen แนวคิดของการออกแบบในครั้งนี้ เริ่มต้นจากความคิดของสถาปนิกที่ว่า.. ถ้าเปรียบถนนหนทางเป็นเสมือนเสียงดนตรีซิมโฟนี่ ที่สามารถสะกดจิตผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ด้วยจังหวะของมัน บ้านก็คงเป็นที่พักที่มีพลัง และความรู้สึกที่ส่งมาถึงผู้อยู่อาศัยได้อย่างเป็นดี แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กแค่ไหนก็ตาม ต้องบอกไว้ก่อนว่าบ้านที่มีให้เห็นอยู่ทั่วๆ ไปในเมืองฮานอย โดยเฉพาะตามตรอกและซอยต่างๆ จะถูกออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวที่เพิ่งจะกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง หลังจากที่ไปพักอาศัยอยู่เมืองนอกเมืองนาอยู่พักใหญ่ การออกแบบในลักษณะนี้จึงต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวมากสักหน่อย ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า ความเป็นส่วนตัวนั้นจะต้องไม่ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว แต่ต้องให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายด้วย  โปรเจคบ้านสุดเก๋ตามที่เห็นในภาพ ต้องอาศัยความท้าทายสำหรับการออกแบบมากสักหน่อย ตรงที่มีโจทย์หลักมาจากลูกค้าว่าภายในบ้านจะต้องมีบริเวณที่เป็นสวน สำหรับให้ผู้พักอาศัยและสัตว์เลี้ยง พูดง่ายๆ คือ จะต้องผสมผสานความเป็นธรรมชาติไปด้วยนั่นเอง จากโจทย์ที่ลูกค้าให้มาบวกกับแปลนบ้าน และข้อจำกัดของพื้นที่ใช้สอย ทางสถาปนิกจึงเน้นให้การออกแบบภายในเป็นพื้นที่ ที่ให้ความรู้สึกค่อนข้างเปิดโล่ง และสามารถใช้สอยประโยชน์ต่างๆ ในพื้นที่แต่ละส่วนได้ตามปกติ เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้พื้นที่ภายในตัวบ้านโล่งนั้น ก็เพราะต้องการที่จะทำให้ดูกว้างขึ้น เคล็ดลับในครั้งนี้จึงอยู่ที่การออกแบบ ที่เจาะจงใช้การกั้นพื้นที่ในส่วนต่างๆ ให้น้อยเข้าไว้ และเมื่อไม่มีวัสดุใดมากั้นขวางพื้นที่แต่ละส่วน บ้านจึงดูโล่งกว่าปกติอยู่พอสมควร จึงถือว่าแนวคิด ‘ไร้ที่กั้น’ เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบบ้านในครั้งนี้ไปโดยปริยาย หากพูดถึงสภาพแวดล้อมหรือความเป็นไปของเมืองฮานอยแล้ว บอกได้เลยว่าเมืองนี้ค่อนข้างที่จะแออัดและดูวุ่นวายอยู่พอตัว การใช้สอยพื้นที่ในทุกๆ ตารางนิ้วจึงเกิดขึ้นอย่างเสียมิได้ เพราะแต่ละคนแต่ละครอบครัวก็มีพื้นที่อยู่อย่างจำกัด อันดับแรกเมื่อทีมงานสถาปนิกได้รับโปรเจคนี้มา สถาปนิกจึงเริ่มด้วยการสำรวจพื้นที่และที่ตั้งของบ้านนี้ก่อน ทำให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้จะอยู่ใต้ร่มเงาของตึกต่างๆ ที่ล้อมรอบไว้พอดิบพอดี ซึ่งดูเหมือนว่าจะเสียความเป็นส่วนตัวไปมากพอควร และคงจะแก้ไขอะไรได้ยาก เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่พอเอาเข้าจริงมันกลับพอจะให้ความเป็นส่วนตัวได้ในระดับนึง และถือว่าเป็นโชคดีกึ่งหนึ่งของชาวบ้านในซอยนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะคนที่สัญจรผ่านไปมาคงจะพอได้เห็นต้นไม้เขียวๆ อยู่บ้างในส่วนที่เป็นสวนของบ้านซึ่งอยู่ด้านหน้าเลย ทั้งนี้ คงต้องขอบคุณเจ้าของบ้านด้วยที่ให้โจทย์มาแบบนี้  อย่างไรก็ตาม การแบ่งพื้นที่ระหว่างถนนกับพื้นที่ภายในบ้านก็ยังคงมีอยู่ เพื่อแสดงเขตพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความเป็นเอกลักษณ์และความเป็นส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน วัสดุที่ถุกนำมาใช้ในที่นี้ คือ อิฐ ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับพื้นที่สวนของบ้านได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกันก็ดูอบอุ่น ทำให้รู้สึกถึงความเป็นบ้านได้เป็นอย่างดี ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า การออกแบบพื้นที่ภายในตัวบ้านจะหลีกเลี่ยงการมีกำแพงหรือฉากกั้นของพื้นที่ภายใน มันจึงทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูเหมือนเป็นห้องใหญ่ๆ ห้องหนึ่ง ที่เชื่อมต่อกันหมดทุกพื้นที่ และอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึงอย่างขาดไม่ได้ก็คือไฟที่ให้ความสว่าง และช่องลมสำหรับระบายอากาศ แน่นอนว่าตอนออกแบบเราคงต้องมีแผนรับมือกับตรงนี้ไว้ด้วย โดยเฉพาะเจ้าช่องลมเพื่อการถ่ายเทของกาศ ทั้งสองสิ่งนี้ถูกจัดให้อยู่ในแต่ละส่วนของบ้านอย่างเหมาะสม สุดท้ายนี้ถ้าดูโดยรวม วัสดุส่วนใหญ่ที่คัดสรรมาใช้ ก็จะเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างบรรยากาศภายในตัวบ้านให้ดูกลมกลืนกับสวน และสร้างความผ่อนคลายไปในทุกๆพื้นที่ นี่จึงเป็นที่มาของความรู้สึกที่เรียบง่าย และผ่อนคลายในสไตล์ธรรมชาติที่เกิดขึ้น ณ เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม SOURCE
https://www.archdaily.com/793457/maison-t-nghia-architect

Comments