Yayoi Kusama | เส้นบางๆระหว่าง ‘อัจฉริยะ’ กับ ‘คนบ้า’ x ความเตคเบื้องหลังศิลปะลายจุด

74752
{RAVEN SPECIAL. famous peeps}
เธอเป็นใครกันแน่…
คนบ้า หรือ คนดัง?
ผู้ป่วยทางจิต หรือ ศิลปินเอก?
หญิงหัวรุนแรง หรือ อ่อนไหว?
อะไรที่สร้างความ contrast อันหนักหน่วงให้กับเธอผู้นี้?

Yayoi Kusama | ยาโยอิ คุซามะ

ศิลปินที่ทำให้เรารู้ว่า… การมีชื่อเสียงก้องโลกได้ คุณไม่จำเป็นต้องแคร์ว่าคนทั้งโลกจะนิยามตัวคุณว่าอย่างไร ขอแค่เชื่อมั่นในศรัทธาและสร้างผลงานออกมาให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

 

“ฉันรักการวาดรูปมากเหลือเกิน…

มากเสียจนราวกับทุกอย่างบนโลกไม่มีความหมาย”

– Yayoi Kusama –

อะไรคือสิ่งที่สร้างตัวตนของศิลปินผู้นี้ ?

ชีวิตส่วนตัว:

  • เกิดวันที่ 22 มีนาคม 1929 ที่ Matsumoto จังหวัด Nagano ประเทศญี่ปุ่น ในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะจากการทำธุรกิจฟาร์มเมล็ดพันธุ์พืช (ปัจจุบันอายุ 88 ปี)
  • Yayoi Kusama เป็นลูกสาวคนเล็ก ที่เติบโตมากับพี่ๆอีก 3คน
  • เธอคิดว่าการที่พ่อของเธอเป็นเสือผู้หญิงจอมเจ้าชู้ ทำให้แม่กลายเป็นภรรยาผู้เก็บกด และคอยให้เธอไปสอดแนมพ่อกับชู้รักอยู่เสมอ  
  • เธอมีความสนใจและคลั่งไคล้ในแพทเทิร์น ‘ลายจุด’ จากการเห็นภาพหลอนตั้งแต่อายุ 10ขวบ และเริ่มสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

‘ดาบสองคม’ : มรดกทางความทรงจำที่ พ่อ แม่ ทิ้งไว้ให้

ทุกคนต่างรู้ดีว่า ความทรงจำในวัยเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างตัวตนของมนุษย์ นั่นรวมถึงปมในใจของมนุษย์เราด้วยเช่นกัน… ความขัดแย้งเรื่อง ‘เซ็กส์’ ในใจของ Kusama ถูกสร้างจากประสบการณ์แย่ๆ ของชีวิตการแต่งงานของพ่อและแม่ ครั้งหนึ่งเธอกล่าวว่า “พ่อของฉันเป็นเพลย์บอย ที่โคตรเจ้าชู้!” มิหนำซ้ำตอนเด็กๆ แม่ของเธอยังให้ Kusama คอยไปสอดแนมเวลาพ่อของเธอไปกับผู้หญิงอยู่บ่อยๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่าภาพของพ่อกับชู้รักที่เธอเห็นได้ปลูกฝังความเกลียดชังในเรื่องเซ็กส์ โดยเฉพาะเรือนร่างและอวัยวะของเพศชายให้กับ Kusama ไปตลอดชีวิต… ที่สุดแล้วปมเล็กๆในอดีตกลับกลายเป็นความขัดแย้งในใจที่ไม่อาจลบเลือน เธอกล่าวว่า “ความหลงใหล และความกลัวในเซ็กส์ มันนั่งเคียงข้างกันอยู่ในตัวฉัน” นี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับนิทาน ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ ที่แท้จริง

แม้ว่าฟังดูแล้วความทรงจำในวัยเด็กของ Kusama เหมือนจะไม่มีอะไรดีเอาเสียเลย แต่…

เมื่ออายุได้ 10 ขวบ Kusama เริ่มเห็นภาพหลอนเป็นครั้งแรก เธออธิบายลักษณะของสิ่งที่เห็นว่า “แสงแฟลชวูบวาบ แสงออร่า จุดหนาทึบ และดอกไม้” รูปแบบทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนการทวีคูณ และการกลืนกินหรือลบออก บวกกับภาพภูมิทัศน์แถวบ้านที่อาศัยอยู่ถูกนำมาใช้เป็นการวางหรือกำหนดตำแหน่งจุดต่างๆ ทั้งหมดนี้กลายเป็นกระบวนการในอาชีพการเป็นศิลปินของ Kusama ซึ่งเธอเรียกมันว่า “การลบเลือนตัวเอง (self-obliteration)” ซึ่งปรากฎอยู่ในผลงานชื่อดังอย่าง Infinity Nets นอกจากภาพหลอนแล้วก็ยังมีความทรงจำที่ได้จากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่2 และการที่เธอถูกส่งให้ไปทำงานที่โรงงานเย็บร่มชูชีพให้กับกองทัพญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้กลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความทรงจำ ส่งผลไปถึงแนวคิดการให้คุณค่ากับอิสรภาพจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ในผลงานของ Kusama
พอได้ยินแบบนี้แล้ว… ความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อแม่ของ Kusama ทิ้งไว้ให้เป็นมรดก ก็อาจไม่ใช่เรื่องแย่ที่สุดในชีวิต เพราะมันเป็นกลายเป็นสิ่งที่สร้างตนตัว พรสวรรค์ และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับเธอผู้นี้ด้วยเช่นกัน  

ออกเดินทางเพราะ… รักใหม่ หรือ อกหัก?

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง Kusama ในวัย 19 ปี ก็ได้เกลี้ยกล่อมจนพ่อแม่ยอมให้เธอเดินทางไปศิลปะต่อที่ Kyoto School of Arts เมืองเกียวโต โดยเธอเรียนการวาดรูปแบบ Nihonga ซึ่งเป็นสไตล์การวาดภาพตามแนวคิดศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี 1900 เป็นต้นมา แต่ทว่าความรักที่ศิลปะโบราณของญี่ปุ่นมีให้ ก็ไม่เพียงพอที่จะรั้งตัวและหัวใจ Kusama ไว้ เพราะตั้งแต่เริ่มสนใจในศิลปะแบบอาวองการ์ด (Avant-garde) เธอก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ New York ในปี 1957 จนกระทั่งกลายเป็นศิลปินเอเชียคนแรกที่สร้างชื่อเสียงในเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส เสรีภาพ และการแข่งขันอย่าง New York ผลงานที่เป็นภาพวาดส่วนมากของเธอได้รับอิทธิพลจากลัทธิการแสดงพลังอารมณ์แบบนามธรรม (Abstract Expressionism) อยู่ไปอยู่มาก็เหมือนว่า Kusama จะปันใจให้กับศิลปะแนวป๊อปอาร์ต (Pop Art) ด้วย จนมันกลายเป็นอีกหนึ่งอิทธิพลให้ผลงานของเธอ และสิ่งที่ทำให้เธอแจ้งเกิดแบบสุดๆคือ นิทรรศการที่บนเรือนร่างโป๊เปลือยของผู้ร่วมงานถูกปกคลุมไปด้วยลายจุดสีสันสดใส ว่ากันว่าการเดินทางมา New York ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่า Kusama พบรักใหม่กับศิลปะ Avant-garde แต่เป็นเพราะเธออกหัก… จากสังคมญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่การเกิดเป็นผู้หญิงมีหน้าที่เป็นแม่บ้านและดูแลปรนนิบัติครอบครัวเท่านั้น ครั้งหนึ่งเธอกล่าวถึงสภาพแวดล้อมของวงการศิลปะญี่ปุ่นไว้ว่า “คับแคบ เลวทราม แบ่งชนชั้น และเหยียดหยามผู้หญิง”  

เป็น ‘บ้า’ ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทั้งปัญหาครอบครัว บวกกับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายจากสงคราม และค่านิยมการกดขี่ผู้หญิงในสังคมกับความเชื่อที่ว่า “ผู้ชายอยู่หน้า ผู้หญิงอยู่หลัง” ทำให้การหล่อหลอมตัวตนและความทรงจำในวัยเด็กของ Kusama เต็มไปด้วยความขมขื่น อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า New York จะช่วยทำให้อะไรๆในชีวิตเธอจะดีขึ้น แต่มันก็ไม่สามารถลบเลือนแผลเป็นทางความทรงจำและความเจ็บปวดออกจากใจของ Kusama ได้ แม้ว่าความเจ็บปวดส่วนหนึ่งจะถูกระบายออกทางศิลปะในผลงานสุดพิศดารของเธอ มันก็ยังส่งผลกระทบกับจิตใจของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว ในปี 1973 Kusama ตัดสินใจเดินทางกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อรักษาอาการ ‘บ้า’ ของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตการทำงานของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล ในที่สุด Kusama ก็ได้เลือกที่จะเข้าไปรักษาตัวและอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชในกรุงโตเกียวอย่างถาวรในปี 1977 ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอยอมแพ้ในอาชีพศิลปินแต่อย่างใด ตรงกันข้าม… ทุกๆวันเธอเดินไปทำงานศิลปะที่รักในสตูดิโอใกล้ๆกับโรงพยาบาล ครั้งหนึ่ง Yayoi Kusama เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอย่าง BBC ว่า “ความใฝ่ฝันอันแรงกล้าที่สุดของฉันคือการเป็นศิลปินต่อไปตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต”  

แล้ว Yayoi เกี่ยวอะไรกับงานเตค?

จริงอยู่ว่าเธอไม่ใช่สถาปนิก ที่ดูเผินๆแล้วก็เหมือนหญิงแก่สติไม่ดีเพียงคนหนึ่งด้วยซ้ำไป… แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดและผลงานทางศิลปะมากมายของเธอ กลายเป็นแรงบัลดาลใจให้กับศิลปินและนักออกแบบทั่วโลก และหากมองลึกลงไป เธอเป็นศิลปินและนักออกแบบที่เปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธาและอุดมการณ์อันแรงกล้า ชนิดที่เรียกว่าหาตัวจับได้ยากทีเดียว แม้ว่าผลงานของเธอจะไม่ได้อยู่ในเมกะโปรเจคยักษ์ใหญ่ แต่มันก็ยิ่งใหญ่มากพอที่แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Louis Vuitton และ Phillip Johnson สถาปนิกอเมริกันผู้โด่งดังมาเสนอตัวขอร่วมงานกับเธอ ในปี 2012 Louis Vuitton ออกคอลเลคชั่นลายจุดของ Kusama ในคอลเลคชั่นพิเศษที่มีชื่อว่า “Louis Vuitton – Yayoi Kusama” และยังตกแต่งภายในช็อป LV สาขาห้าง Selfridges ณ กรุง London ด้วยคอนเซปลายจุดตามแบบฉบับของ Kusama อีกด้วย ส่วน Phillip Johnson ก็เลือกใช้ผลงานของเธอในการตกแต่ง The Glass House ผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา โดยอินสตอเลชั่น “Narcissus Garden” ที่ประกอบด้วยลูกเหล็กทรงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. กว่า 1,300 ลูก ลอยอยู่บนผิวสระน้ำ ถูกใช้แสดงเพื่อฉลองวันครบรอบ 10ปี ของ The Glass House นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งสวนด้วยประติมากรรมรูปฟักทองลายจุดซึ่งตั้งอยู่บริเวณสวนของ The Glass House และกระจกของอาคารก็ถูกตกแต่งด้วยลายจุดสีแดงอีกด้วย ในฐานะศิลปินผู้ยึดมั่นในความรักที่มีต่อการทำงาน Yayoi Kusama ได้กลายเป็นไอดอลของใครหลายๆคนในด้านความหลากหลายและอิสระทางความคิด มิหนำซ้ำเธอยังเป็นตัวอย่างของการหลุดพ้นจากกรอบความเชื่อแบบเดิมๆ ว่า “ผู้หญิงเป็นได้แค่เมียและแม่ของลูก” เธอได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งความเชื่อมั่น และรักแท้ที่เธอมีต่อศิลปะได้จริงๆ  

ความเชื่อ กับ ชีวิตการทำงาน:

  • Yayoi Kusama เป็นเหมือน ‘คนบ้า’ และ ‘อัจฉริยะ’ ในเวลาเดียวกัน เธอสามารถสร้างความรู้หลายแขนง ด้วยสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ ทำให้งานศิลปะของเธอมีความซับซ้อนในชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยาก
  • Yayoi Kusama ถือเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่เรียกได้ว่ามีของครบมากจริงๆ เธอมีความสนใจและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับศิลปะทุกแขนง ตั้งแต่ภาพเขียน ศิลปะคอลลาจ งานปั้น ประติมากรรม การแสดงที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ รวมถึงภาพยนต์ งานเขียน และแฟชั่นอีกด้วย
  • นอกจากพรสวรรค์ทางด้านศิลปะแล้ว Kusama ยังเป็นอัจฉริยะทางความคิดอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้เธอเป็นทั้งศิลปิน นักออกแบบ นักเขียน นักประพันธ์ และนักกวี ในเวลาเดียวกัน
  • แนวคิดหลากหลายสร้างความสุดโต่ง และหล่อหลอมความเป็นอัจฉริยะ Kusama มีความเชื่อและให้ความสนใจกับ Femenism (สตรีนิยม) Minialism (ลัทธิจุลนิยม หรือ ลัทธิมินิมัลลิสม์) และ Surrealism (ลิทธิเหนือจริง หรือ ลัทธิเซอร์เรียลลิสม์)
  • เธอมีความสนใจในศิลปะหลากหลายแนว ได้แก่ Art Brut (ศิลปะดิบ หรือ ศิลปะหยาบ) Pop Art (ศิลปะที่เป็นที่นิยม หรือ ป๊อปอาร์ต) และ Abstract Expressionism (การแสดงพลังอารมณ์แบบนามธรรม)
  • ผลงานของเธอได้สอดแทรกเรื่องราว และมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ เซ็กส์ อัตชีวประวัติ และจิตวิทยา
  • “ฟักทอง” เป็นสิ่งที่ Kusama รักไม่น้อยไปกว่างานศิลปะ ในความคิดของเธอฟักทองทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรู้สึกว่ามันมีคุณสมบัติและรูปทรงที่คล้ายกับมนุษย์ เราจึงเห็นมันบ่อยๆในงานศิลปะของเธอ
  • “จุด” ที่คนเรามักไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่สำหรับ Kusama แล้ว มันคือสัญลักษณ์ของโลกและจักรวาล เธอเชื่อว่าจักรวาล ดวงดาว และมนุษย์ทุกคนเป็นจุด
  • งานศิลปะมากมายของ Yayoi Kusama ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ได้แก่ Museum of Modern Art (1998) Whitney Museum (2012) Tate Modern (2012) และ Hirshhorn Museum (2017)
  • จัดนิทรรศการโชว์ผลงานในต่างประเทศและญี่ปุ่นทั้งหมด 37ครั้ง และคาดว่าน่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก
  • ในปี 2006 เธอได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award จาก Women’s Caucus for Art ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับสตรีที่ประสบความสำเร็จทางด้านศิลปะ และยังได้รับรางวัลเกียรติยศอีกมากมายในญี่ปุ่นด้วย
  • ผลงานของ Kusama ถูกขายในราคา 5.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 178 ล้านบาท
  • สื่อออนไลน์ชื่อดัง Artsy จัดให้ Yayoi Kusama เป็น 1 ใน 10 ศิลปินแห่งปีที่ยังคงมีชีวิตอยู่
  • “The Hustlers Grotto of Christopher Street (1983)” เป็นงานเขียนที่ Kusama เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโสเภณี และมันกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ได้รับรางวัลจากนิตยสาร Yasei Jidai
  • การเป็นตัวแทนฑูตญี่ปุ่น เพื่อไปร่วมงาน Venice Biennale ที่ประเทศอิตาลี ที่ซึ่งผลงานของเธอถูกจัดแสดงอยู่ด้วย ในปี 1993 ทำให้ชื่อของ Yayoi Kusama กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะศิลปินลายจุด หรือผู้สร้างสรรค์ Polka Dot
  • นอกจาก Louis Vuitton แล้ว Kusama ได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Coca-Cola และ Lancôme

HIGHLIGHT ผลงาน:

** แพทเทิร์นลวดลายสุดพิศวงของ Kusama ถูกนำไปใช้งานอย่างหลากหลาย นอกจากในนิทรรศการหรือภาพวาดแล้ว มันยังถูกนำไปใช้เป็นลวดลายการตกแต่งภายใน ผ้าใบคลุมตึก แพ็กเกจผลิตภัณฑ์ และอื่นๆอีกมากมาย **

  • Dot Obsession
 
  • Pumpkin

  • Yellow Trees
 
  • Infinity Mirror Room
 
  • Infinity Net 

  • Louis Vuitton – Yayoi Kusama 

  • Narcissus Garden 
 
SOURCE
https://en.wikipedia.org/wiki/Yayoi_Kusama
http://www.artspace.com/magazine/news_events/conversation-piece/yayoi-kusama-pumpkin-54596
https://theculturetrip.com/asia/japan/articles/the-self-obliteration-of-yayoi-kusama/
http://www.theartstory.org/artist-kusama-yayoi.htm
https://thematter.co/life/yayoi-kusama-in-singapore/27975
https://women.mthai.com/amazing-women/159735.html
http://anngle.org/th/j-lifestyle/fashion-culture/kusama-yayoi.html
http://www.marumura.com/yayoi-kusama-polka-dot/
https://www.dezeen.com/2012/08/30/louis-vuitton-kusama-concept-store-at-selfridges/
https://www.dezeen.com/2016/09/13/yayoi-kusama-red-dots-obsession-installation-philip-johnson-glass-house/

Comments