Frank Lloyd Wright | บุคคลระดับ “แรงบันดาลใจขั้นสุด” ในวงการสถาปนิกโลก

28810
{RAVEN SPECIAL. famous peeps}
มาค้นพบคำตอบ ทำไมเราถึงต้องรู้จักเขา!
ทำไมวงการเตค ถึงเทิดทูนเขา
ทำไมประวัติศาสตร์ ถึงจารึกชื่อเขาในฐานะสถาปนิกคนสำคัญของโลก
ทำไมเขากลายเป็นไอดอลของนักเรียนสถาปัตหลายๆคน
แต่ทำไมชีวิตส่วนตัวของเขา กลับอื้อฉาวนัก!

Frank Lloyd Wright | แฟรงค์ ลอยด์ ไรท์

สถาปนิกที่ทำให้เรารู้ว่า… การมีชื่อเสียงก้องโลกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของผลงานตึกสูงระฟ้า สนามกีฬา หรือเมกะโปรเจคของรัฐบาล แค่มีแนวคิดที่โคตรเจ๋ง! ก็พอแล้ว

 

“คุณค่าของสถาปัตยกรรมชั้นดีคือคุณค่าต่อมวลมนุษย์ นอกเหนือจากนี้ไม่ถือว่าเป็นคุณค่า”

– Frank Lloyd Wright –

อะไรคือสิ่งที่สร้างตัวตนของสถาปนิกผู้นี้ ?

ชีวิตส่วนตัว:

  • เกิดวันที่ 8 มิถุนายน 1867 ที่ Richland Center รัฐ Wisconsin ประเทศอเมริกา
  • ตายวันที่ 4 เมษายน 1959 ที่ Phoenix รัฐ Arizona ประเทศอเมริกา
  • พ่อเป็นนักดนตรี และบาตรหลวง / แม่เป็นคุณครูชาว Welsh
  • แต่งงาน 3 ครั้ง มีลูกทั้งหมด 7 คน และมีบุตรบุญธรรม 1 คน
  • ลูกชาย (Frank Lloyd Wright Junior) และหลานชาย (Eric Lloyd Wright) ก็เป็นสถาปนิก

การตกหลุมรักครั้งแรกของFrank ไม่ใช่เด็กผู้หญิง !

Frank ใช้ชีวิตวัยเด็กในหลายแห่ง ทั้ง Rhode Island Massachusetts และ Iowa ก่อนที่จะลงหลักปักฐานที่ Madison รัฐ Wisconsin เขาตกหลุมรักครั้งแรกในฤดูร้อน ตอนอายุ 12ปี กับ landscape ของ Spring Green รัฐ Wisconsin (ครอบครัวฝั่งแม่) Frankตกหลุมรักอย่างจัง ถึงขั้นรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของมัน

ปัญหาครอบครัว (การหย่าร้างและความจน) ทำให้ Frank กลายเป็นเขาในทุกวันนี้

เริ่มจากการหย่าร้างและหายตัวไปของพ่อในปี 1885 เป็นปีเดียวกับที่ Frank สมัครเรียนที่ University of Wisconsin ที่ Madison ในสาขาวิศวกรรมโยธา (civil engineering) เพื่อจ่ายค่าเทอม และช่วยเหลือครอบครัว เขาจึงทำงานให้กับคณบดีคณะวิศวกรรม และช่วยงานสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่าง Joseph Silsbee ในการก่อสร้าง Unity Chapel โดยFrankในวัย 18ปี ดูแลการตกแต่งภายในทั้งหมด

ดรอปเรียน เพราะ(ทน)เรียนไม่ไหว! – ไม่เรียน แต่ได้ปริญญา

ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้ Frankมั่นใจเลือกเดินในสายงานสถาปนิก หลังจากเป็นผู้ช่วยงานได้สองปี Frank ตัดสินใจดรอปเรียน เพราะต้องการไปทำงานกับ Silsbee ที่ Chicago ในความเป็นจริงแล้ว ไม่พบหลักฐานการเรียนระดับจบมัธยมศึกษาจาก Madison High School แต่อย่างใด Frank ในฐานะนักเรียนพิเศษก็สามารถเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่ University of Wisconsin ได้ และแม้ว่าเขาจะดรอปเรียนมหาวิทยาลัยไป แต่กลับได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยในปี 1955

สถาปนิกผู้รักความก้าวหน้า… อย่างรวดเร็ว

หลังจากทำงานให้ Silsbee ได้เพียง 1ปี Frankก็ได้ไปฝึกงานกับบริษัทสถาปนิกยักษ์ใหญ่อย่าง Adler and Sullivan และทำงานภายใต้ Louis Sullivan (บิดาแห่งสถาปัตยกรรมโลกยุคใหม่) จนได้กลายเป็นศิษย์เอกในเวลาต่อมา Frankได้รับอิทธิพลการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่างกับรูปแบบหรูหราสไตล์ยุโรปที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นอย่างสิ้นเชิง ทว่าการทำงานกับ Sullivan ก็ต้องสิ้นสุดลงในปี 1893 เพราะFrankทำผิดสัญญา โดยการรับงานออกแบบบ้านโดยส่วนตัวและเอาคอมมิชชั่นเข้ากระเป๋าตัวเอง เป็นสาเหตุให้ทั้งสองต้องแยกทางกัน

เรื่องอื้อฉาว:

สถาปนิกพ่อลูกดก ทิ้งลูกทิ้งเมีย!

Frankในวัย 22ปี แต่งงานกับ Catherine Tobin วัย 19ปี และมีลูกด้วยกันถึง 6คน ทั้งสองอาศัยอยู่ใน Oak Park แต่ก็มีข่าวฉาวออกมาว่า Frank ไม่สนใจเลี้ยงลูกและเอาแต่พึ่งพาเมียตัวเอง กระทั่งในปี 1903 เขาได้โปรเจคออกแบบบ้านให้กับเพื่อนบ้าน แต่กลายเป็นว่าได้ทั้งงาน และเมียใหม่ในเวลาเดียวกัน Mamah Borthwick Cheney (เมียของลูกค้า) เป็นผู้หญิงอยู่ไม่ติดบ้านและดูสวยแบบทันสมัยสุดๆในยุคนั้น จน Frank มองว่าเธอฉลาดทัดเทียมกับเขา หลัง 6ปีของการเป็นชู้ Frank ก็ตัดสินใจทิ้งลูกและเมีย หนีไปประเทศเยอรมนีกับเธอเอาเสียดื้อๆ

กรรมตามสนอง?

เหมือนทุกความปรารถนาของ Frank จะดูลงตัวไปซะหมด แต่อะไรๆก็เริ่มจะดูไม่สวยงาม เมื่อเขาได้รับคอมมิชชั่นโปรเจค commercial และของรัฐไม่มากนัก ในปี 1914 เขาก็ต้องพบกับความเสียใจครั้งใหญ่ เมื่อคนรับใช้ที่มีความขุ่นเคืองจุดไฟเผาบ้านของ Frank Taliesin studio ที่ Spring Green และฆ่า Mamah เมียสุดที่รัก พร้อมกับคนในบ้านอีก 6 คน ในขณะที่ Frank ไปทำงานที่ Chicago หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น Frank ตัดสินใจสร้างบ้านใหม่แทนหลังที่ถูกเพลิงไหม้ไปทันที เขากล่าวว่า “เพื่อลบรอยแผลเป็นจากเนินเขา”

อาถรรณพ์ Taliesin Studio แห่ง Spring Green กับ Frank สถาปนิก หัวรั้น หรือ เชื่อมั่น?

ในปี 1923 Frank ก็พบรักใหม่กับ Miriam Noel แต่ด้วยความที่เธอติดมอร์ฟีน ทำให้การแต่งงานล้มเหลวในเวลาไม่ถึงปี ต่อมา Frank พบกับ Olga (Olgivanna) Lazovich Hinzenburg หญิงสาวนักบัลเล่ต์ และย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังเดิม Taliesin studio ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1คน ต่อมา Taliesin studio ก็ถูกไฟไหม้ครั้งที่2 จากไฟฟ้าลัดวงจร หลังจากนั้น Frank ก็ยืนยันที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่อให้มันว่า “Taliesin III”  

ความเชื่อ กับ ชีวิตการทำงาน:

  • ‘พระเจ้า’ ของ Frank Lloyd Wright คือ ‘ธรรมชาติ’
  • บุคคลที่เป็นตำนานแห่งวงการสถาปนิกอเมริกา โดยถูกยกย่องในปี 1991 โดย American Institute of Architects (สถาบันสถาปนิกอเมริกัน) ให้เป็น “สถาปนิกอเมริกันที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล”
  • คิดค้นและเชื่อมั่นในปรัชญา “Organic Architecture” สถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับมนุษย์และสภาพแวดล้อม [ตัวอย่าง ‘Hollyhock House’ และ ‘Yamamura House’]
  • ผู้นำแห่ง Prairie School และพัฒนาแนวคิด Usonian ‘บ้านสวย ฟังก์ชั่นครบ ราคาถูก’ เจาะกลุ่มคนชั้นกลาง โดยใช้ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป (Usonian Automatic) ที่มีวัสดุหลักเป็นคอนกรีตบล็อก ทำให้เกิดมิติใหม่ในงานสถาปัตยกรรมและผังเมืองอเมริกันในยุคนั้น
  • ผ่านงานออกแบบและก่อสร้างมากมาย ได้แก่ สำนักงาน โบสถ์ ตึกสูง โรงแรม พิพิธภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
  • เขามักจะตกแต่งภายใน (เฟอร์นิเจอร์ กระจกสี) ให้กับผลงานที่สร้างด้วย
  • ออกแบบงานมากกว่า 1,000 ชิ้น และก่อสร้างเสร็จแล้ว 532 แห่ง
  • เขียนหนังสือทั้งหมด 20เล่ม และบทความมากมาย งานเขียนของเขาถูกนำไปใช้สอนทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา
 

HIGHLIGHT ผลงาน:

  • ผลงานโบว์แดงชิ้นแรกจริงๆของ Frank คือ บ้านของเขาเอง Frank Lloyd Wright home and studio ใน Oak Park เมือง Chicago
  • บ้านแสนรักของ Frank Taliesin Studio (Taliesin I , II , III)
  • Fallingwater **
  • Solomon R. Guggenheim Museum **
  • Price Tower
  • Imperial Hotel
  • Ennis House
  • Annunciation Greek Orthodox Church
    OLYMPUS DIGITAL CAMERA
  • รีโมเดล The Rookery lobby
  HIGHLIGHT ผลงานที่ถูกทำลาย:
  • The waterfront สำหรับ W. L. Fuller ที่ Mississippi // ถูกทำลายโดย Hurricane Camille ในปี 1969
  • Louis Sullivan Bungalow of Ocean Springs ที่ Mississippi // ถูกทำลายโดย Hurricane Katrina ในปี 2005
  • Arinobu Fukuhara House ที่ประเทศญี่ปุ่น // ถูกทำลายโดย 1923 Great Kantō earthquake
  • Ennis House ที่ California // ถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว ในปี 1994
  • Wilbur Wynant House ที่ Indiana // ถูกทำลายโดยเพลิงไหม้ ในปี 2006
  • Midway Gardens ที่ Chicago // ถูกทำลายทิ้งเพราะปัญหาทางการเงิน ในปี 1929
  • Larkin Administration Building ที่ New York // ถูกทำลายทิ้งเพราะถูกขายให้บริษัทอื่น และจะทำเป็นที่จอดรถบรรทุก ในปี 1950
  • Imperial Hotel ที่ประเทศญี่ปุ่น (ป้องกันการถล่มจากแผ่นดินไหว) // ถูกทำลายทิ้งเพราะแรงกดดันจากการพัฒนาผังเมือง ในปี 1968
SOURCES http://www.biography.com/people/frank-lloyd-wright-9537511 https://en.wikipedia.org/wiki/Frank_Lloyd_Wright http://www.bareo-isyss.com/17/frank.html http://www.arch-designpattaya.com/history.php  

Comments