“AirBnB” ผุดโครงการใหม่ “Backyard” เตรียมลุยตลาดอสังหาฯ ทั่วโลก

634

Backyard คืออะไร? ต้องย้อนไปหลังจากที่ได้กลายเป็นผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการธุรกิจที่พัก ผู้ก่อตั้ง AirBnB ก็เกิดความคิดว่าแล้วเราจะทำอะไรต่อดี?” เพราะพวกเขาประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายระดับโลกของโรงแรมกว่า 5 ล้านแห่งในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทหรือบ้านต้นไม้ ทำให้ธุรกิจนั้นมีค่ามากกว่า 38 พันล้านเหรีญสหรัฐ ดังนั้น AirBnB จะทำอะไรต่ออีกดี?

Backyard
Joe Gebbia ผู้เริ่มต้นโครงการ

จุดเริ่มต้นของ Backyard

คำถามนี้ทำให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Joe Gebbia จึงตั้งบริษัทลูกชื่อว่า Samara ในปี 2016 โดยเขาภูมิใจกับมันมาก และยกให้เป็นแผนกแห่งอนาคตทั้งบริษัทเลยทีเดียว จุดประสงค์ของโครงการนี้คือการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ของบริษัท ซึ่งก็คือคำตอบของ Gebbia ต่อคำตอบด้านบน สิ่งที่ AirBnB จะทำก็คือสถาปนิกและการวางผังเมือง ยกระดับการเป็นเพียงผู้ให้บริการที่พัก มาเป็นการสร้างที่พักเองเลย

โดยงานแรกของ Samara คือเริ่มโครงการตั้งต้นที่ชื่อว่า Backyard ที่ซึ่งเน้นในเอกสารเปิดตัวว่ากระหายจะริเริ่มการออกแบบและตัวต้นแบบสำหรับการสร้างและแบ่งปันบ้านพักโดยประกาศจะเปิดยูนิตทดลองในปี 2019 ถ้าพูดกันอย่างบ้านๆ ก็หมายความว่า AirBnB ตั้งใจจะเปิดตัวสิ่งก่อสร้างต้นแบบสู่สายตาสาธารณะชนภายในปีนี้นั่นเอง

การใช้ชื่อ Backyard ทำให้มีกระแสว่า AirBnB ตั้งใจจะสร้างบ้านแบบ Accessory Dwelling Units (ADUs) ซึ่งเป็นกระท่อมหรือห้องเก็บของตามบ้านขนาดใหญ่ตามชานเมือง ที่ได้รับการปรับปรุงและนิยมนำมาให้เช่าบน AirBnB ซึ่งตัว Gebbia ก็ได้ปฏิเสธว่าจริงๆ แล้ว ไอเดียนี้เกิดขึ้นในห้องสตูดิโอใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ AirBnB และทีมงานที่มีส่วนร่วมก็รู้สึกโครงการนี้เหมือนเป็นโครงการหลังบ้านของ AirBnB ทั้งในด้านพฤตินัยและด้านแนวคิด ทำให้ทีมงานจึงเริ่มต้นเรียกโครงการด้วยชื่อดังกล่าวนั่นเอง

Gebbia ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ถึงแม้ตั้งใจจะรวมบ้านสำเร็จรูปขนาดกระทัดรัดเอาไว้ในแผนงาน แต่สิ่งที่ตั้งใจจะทำนั้นยังรวมไปถึงวัสดุสร้างบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บ้านเดี่ยวแบบดั้งเดิม และห้างอเนกประสงค์ เพราะ Backyard วางแผนว่าจะเป็นทั้งผู้ผลิตและตลาดสำหรับซื้อขายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวที่อยู่อาศัย

 

ใช้ เทคโนโลยี และ ฐานข้อมูล ให้เป็นประโยชน์

พวกเขายังพยายามที่จะทำให้สิ่งก่อสร้างได้ประโยชน์จากวิธีก่อสร้างที่ฉลาดขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการสร้าง Smart-home โดยรวบรวมจากข้อมูลเชิงลึกในฐานข้อมูลอันมหาศาลของชุมชน AirBnB เช่น เรื่องการเปลี่ยนเจ้าของและความต้องการของผู้เช่า โดยทาง Gebbia บอกว่าสิ่งที่พยายามจะทำนั้นไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารที่อยู่อาศัย แต่เป็นความพยายามที่จะเข้าใจ Concept ความเป็นบ้าน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบรวมที่ทำได้หลายอย่างมากขึ้น

แต่ถึงแม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ขนาดไหน ข้อเสียของ AirBnB ใช่ว่าจะถูกมองข้ามไปง่ายๆ เพราะพวกเขาถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อวิกฤตราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีการคาดการณ์ของ U.N ว่าจะมีการสร้างพื้นที่อาคารอีกมากถึง 2.5 หมื่นล้านตารางฟุตทั่วโลกภายในปี 2060 ซึ่งเท่ากับว่าจะมีพื้นที่อาคารในทั้งหมดในปารีสกำลังจะเกิดขึ้นใหม่ทุกสัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีส่วนถึงการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 39% ในสหรัฐฯ

ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องยึดความถูกต้องทางคุณธรรมที่จะต้องทำให้การออกแบบบ้านแบบใหม่นั้นออกมาดีที่สุด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด แต่การเริ่มต้นที่ดีก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลทางด้านภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นโอกาสของ AirBnB ที่จะเพิ่มความหลากหลายให้กับธุรกิจของตัวเองด้วย เพราะถึงแม้จะเป็นบริษัทใหญ่ แต่สินค้าหลักก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ดิจิตอล ซึ่งถูกทดแทนได้ง่ายจากคู่แข่งผู้หิวโหย แต่สิ่งก่อสร้างที่จับต้องได้นั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์เป็นสาธารณูปโภคต่อโลกใบนี้ บริษัทซอฟท์แวร์ที่เลือกลงทุนกับสิ่งก่อสร้างก็คงไม่นับว่าเป็นทางเลือกที่แย่เกินไปนัก

ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดมากนัก แต่จากการเปิดเผยของ Gebbia พร้อมกับข้อมูลบางส่วนที่ Fast Company ได้มา ก็เพียงพอที่จะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่าตัวโครงการจะถูกออกแบบให้แบ่งปันได้ทุกส่วน ถึงแม้จะยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ก็พอจะบอกได้ว่าโมเดลธุรกิจของ AirBnB จะถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ อาจจะมีการปล่อยให้คนที่สนใจจะเป็นเจ้าของร่วม หรือแม้แต่ลงทุนเป็นหุ้นส่วนในการทำบ้านแบบ ADUs

แบบประยุกต์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การทำห้องนอนแขกและห้องน้ำเพิ่มเท่านั้น มันหมายถึงการสร้างพื้นที่ที่จะสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก หรือแม้แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้อาศัย ตัวอย่างของโครงการประเภทนี้คือบ้านในเมืองของ MIT ที่ต่อมากลายเป็นบริษัท Ori ซึ่งพัฒนามาขายเฟอร์นิเจอร์หุ่นยนต์ เช่น ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in ที่สามารถขยายออกจากกำแพงได้ หรือเตียงที่สามารถหย่อนลงมาจากเพนดานได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะว่าผู้ดูแลโครงการคนปัจจุบันอย่าง Fedor Novikov เคยทำงานด้านโครงสร้างหุ่นยนต์ให้กับ NASA

Yoshino Cedar House ตัวต้นแบบของโครงการ

ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์เลย เพราะ AirBnB เคยทำโครงการที่เรียกว่า Yoshino Cedar House ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Go Hasegawa มันคือศูนย์กลางชุมชนและอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าที่ AirBnB ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Yoshino ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ไม่ได้ทำมาแค่เก๋ๆ เอาใจนักท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างจริงจัง ทั้งการสานไม้ซีดาร์อย่างปราณีตข้างลำธารอันงดงามตามธรรมชาติของชนบน แถมยังมีผู้อยู่อาศัยจริงในหลังคาเดียวกันเพื่อทดลองการอยู่ร่วมกันในขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ที่มาเยือนไม่ใช่เพียงแค่มาอาศัยพักและจากไปโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย เพราะพวกเขาสามารถมีส่วนร่วมกับชุมชนและคนท้องถิ่นได้เต็มที่ ถ้าอยากไปเที่ยวโรงงานสาเก โรงงานตะเกียบหรืออยากปีนเขา ก็สามารถคุยกับคนที่อยู่ได้ทันที โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าสนใจ เพราะมีแขกมาพักแล้วถึง 346 คน ในเวลา 2 ปี รวมถึงมียอดจอง 25,000 เหรียญและสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกกว่า 50,000 เหรียญ

แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจมากกว่า Concept ก็คือราคา ถึงแม้ Gebbia จะยังไม่บอกตัวเลขออกมาอย่างชัดเจน แต่ถ้าอ้างอิงความคิดเห็นของ Gebbia และโมเดลทางธุรกิจของ AirBnB ซึ่งแสดงให้พื้นที่ถอดประกอบและหลังคาที่สามารถเปลี่ยนได้ ทำให้พอจะรู้ว่าตั้งใจจะออกแบบระบบการสร้างบ้านแบบใหม่ ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจผู้อยู่จนถึงก่อนจะปลูกสร้างจริง โดยผู้ที่สนใจจะร่วมในโครงการนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าบ้านใน AirBnB เดิมก็ได้ เพราะ Backyard ตั้งใจที่ตะสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้คน ทำให้การหาบ้านหรือที่พักนั้นทำได้ง่ายขึ้น

จากแผนการณ์และความตั้งใจทั้งหมดนั้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจจะทำให้ขึ้นมาเทียบเท่าหรือใหญ่กว่า AirBnB โดยทาง Gebbia บอกว่าตอนแรกที่ตั้ง AirBnB นั้น พวกเขายังไม่มีประสบการณ์หรือมาตรวัดใดๆ เลย คิดแต่เพียงว่าจะแก้ปัญหาที่เห็นตรงหน้าเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้ ทั้งทีมงานและผู้บริหารต่างก็มีประสบการณ์ จึงมีการวางแผนเป็นอย่างดี และแสวงหาโอกาสเท่าที่จะคิดได้ เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น และปฏิวัติวงการดังเช่นที่ AirBnB เคยทำมา

SOURCE: https://www.fastcompany.com/90271599/exclusive-airbnb-will-start-designing-houses-in-2019

Comments