อลังการ! งานศิลปะขนาดใหญ่ 10 ชิ้นที่โดดเด่นของปี 2018

484

ไม่มีอะไรจะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เท่ากับผลงานศิลปะขนาดมโหฬารที่เป็นทั้งเป้าสายตาและครอบครองพื้นที่อันกว้างขวาง งานศิลปะดังกล่าวอาจสร้างประสบการณ์ร่วมต่อคนหมู่มากหรืออาจะเป็นงานชิ้นใหญ่ก็ได้ ทั้งสองประเภทนี้อาจทำให้คนที่ไม่เคยเห็นความงามกลายเป็นผู้หลงใหลในศิลปะก็ได้ ปี 2018 ถือเป็นปีแห่งความหลากหลายสำหรับงานศิลปะขนาดใหญ่ นับตั้งแต่บันไดเลื่อนอันบิดเบี้ยวในห้างที่ปารีส งานระบายสีขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Memphis และพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลก เราจึงได้รวบรวมงานศิลปะขนาดใหญ่ 10 ชิ้นที่โดดเด่นของปีที่ผ่านมาให้ทุกคนได้ชมกัน

1. วัตถุทรงกลมสะท้อนแสงของ Bjarke Ingels และ Jakob Lange ในงาน Burning man

Bjarke Ingels และ Jakob Lange ได้ออกแบบวัตถุทรงกลมเพื่อติดตั้งสำหรับงาน Burning Man ปีนี้ ชิ้นงานนี้เป็นตัวแทนของพื้นที่ผิวโลกด้วยความสูงถึง 25 เมตร ผู้สร้างตั้งใจจะสื่อว่ามันคือกระจกของผู้รักโลกสะท้อนถึงชุมชนกลางทะเลทรายที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับทำหน้าที่เป็นจุดหมายบอกทางสำหรับผู้มาร่วมงาน

2. งาน Installation ชุดฟ้าเปิดของ Phillip K. Smith III สำหรับ COS ใน Milan Design Week

สถาปนิกที่กลายมาเป็นศิลปินเต็มตัวอย่าง Phillip K. Smith III ได้สร้างความฮือฮาให้กับ Milan Design Week ด้วยการเปิดมิติใหม่ของการชมเมืองให้กับผู้มาร่วมงานจากการติดตั้งงาน Installation ที่เปลี่ยนสวนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นวงแหวนสะท้อนท้องฟ้าผ่านการวางกระจกสะท้อนอย่างตั้งใจ ผู้ที่มาเยี่ยมชมจตุรัสทุกคนจะได้ประสบการณ์พิเศษอันแสนจะส่วนตัว เพราะตัวงานจะสะท้อนภาพของเมืองแตกต่างไปตามเวลา ใจความสำคัญของงานอยู่ที่การออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรมแบบมีพลวัตร ทำให้เหมือนกับการเปิดม่านเพื่อชื่นชมท้องฟ้า

3. จิตรกรรมฝาผนังขนาดยักษ์สไตล์ Memphis ย่าน Brooklyn ของ Camille Walala

Camille Walala เปิดตัวงานขนาดเท่ากับอาคารสูง 7 ชั้นบนตึกเก่าแก่ในเขตอุตสาหกรรมของย่าน Brooklyn ชิ้นนี้ของเธอในพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับ NYCxDESIGN โดยเธอตั้งใจให้เป็นจุดหมายของแวดวงการออกแบบในย่าน Brooklyn ใต้อันคึกคัก งานสีจัดจ้านที่มีทั้งสีชมพู เหลือง แดงและฟ้า ประดับประดาอยู่ตามกรอบกระจกของตึกเก่านี้นั้นเป็นเป้าสายตาที่ดีและกลายเป็นภาพ Background ใน Instragram ยอดนิยมของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวไปเรียบร้อยแล้ว

4. ถังน้ำมัน 7,000 ชิ้น ’London Mastaba’ ของ Christo บนทะเลสาป Serpentine

เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา ศิลปินชื่อดังระดับโลก Christo ได้ติดตั้งถังน้ำมันหลากสีสันบนแพที่ลอยอยู่บน Serpentine Lake ประติมากรรมชั่วคราวทรงสี่เหลี่ยมคางหมูความสูง 20 เมตรแห่งนี้รวมเป็นคำว่า Mastaba ซึ่งเป็นภาษาอาหรับแปลว่าที่นั่ง ซึ่งมักจะพบเห็นได้ตามโลงศพอียิปต์โบราณและที่นั่งด้านนอกบ้านในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย โครงการนี้ Christo ทำเพื่ออุทิศแด่ Jeanne–claude ภรรยาผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งมีความฝันร่วมกันกับเขาที่อยากจะเห็นคำนี้แบบที่ลอยน้ำได้ โดยเขาออกเงินตัวเองหมดทั้งโครงการ

5. เขาวงกตตัวเลขสีรุ้ง ‘Color of Time’ ของ Emmanuelle Moureaux ในโตเกียว

ศิลปินผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในโตเกียวอย่าง Emmanuelle Moureaux เริ่มต้นปี 2018 ด้วยการแจกความสดใสให้กับผู้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะและการออกแบบประจำจังหวัด Toyama ด้วยเขาวงกตตัวเลขสีรุ้ง ซึ่งประกอบไปด้วยตัวเลขถึง 120,000 ตัว มีตั้งแต่เลข 0 – 9 และเครื่อง ‘:’ นำมาเรียงรายกันเป็นตารางที่หนาแน่น การจัดเรียงของพวกมันแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของนาที นอกจากนี้ Moureaux ยังใช้กระดาษเป็นวัสดุหลักเพื่อสังเกตุความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้องค์ประกอบของสีและองค์ประกอบด้านตัวเลขของเวลา และนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างปราณีตเป็นงานศิลปะจัดวาง

6. พิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลกโดย Jason Decaires Taylor

สำหรับการเยี่ยมชมสตูดิโอ คนทั่วไปคงนึกถึงการขึ้นไปชมบนตึก แต่สำหรับสตูดิโอของ Jason Decaires Taylor นั้นอยู่บนเกาะ Sirru Fen Fushi ที่มัลดีล์ฟ ซึ่งเขาได้สร้างพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลกสำเร็จ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะฟื้นฟูประการัง โดยสร้างจากเหล็กกล้าที่กึ่งจมกึ่งลอย และจัดแสดงภาพวาด ประติมากรรม ตั้งแต่แนวคลื่นลึกไปจนถึงก้นทะเล

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตอลชวนฝันของ Teamlab ในโตเกียว

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตอลที่ตั้งอยู่ในอาคาร Mori ของ Teamlab ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนกรกฎาคม พื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตรแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยงานศิลป์ 50 ชิ้นในพื้นที่เดียว ความโดดเด่นอีกอย่างของสถานที่นี้คือพื้นที่ 3 มิติ ซึ่งทำตามธีม ‘Borderless’ ที่อยากลดพรมแดนระหว่างตัวงานและผู้เยี่ยมชมนั่นเอง

8. สไลเดอร์หมุนเกลียวสูง 4ชั้น โดย Carsten Höller และ Stefano Mancuso ที่จตุรัส Strozzi ในฟลอเรนซ์

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและหน้าร้อนที่ผ่านมา ผู้ที่มาเยี่ยมชมจตุรัสเก่าแก่ตั้งแต่ยุคเรเนสซองค์ Strozzi จะได้รับชมงาน Installation จากศิลปินชาวเยอรมัน Carsten Höller ที่ร่วมมือกับนักพฤษประสาทวิทยา Stefano Mancuso โดยงานซึ่งใช้ชื่อว่า ‘The Florence Experiment’ เป็นการนำเอาสไลเดอร์ขนาดยักษ์มาพันกันเพื่อเป็นทางลงความสูง 20 เมตรจากระเบียงลงสู่ลานจตุรัส โดยไม่ใช่แค่ลื่นเล่นกันสนุกๆ เท่านั้น เพราะก่อนที่จะเข้าไป ผู้เล่นจะต้องถือพืชเอาไว้กับด้วย เมื่อลื่นออกมา นักวิทยาศาสตร์จะวัดความสามารถในการสังเคราาะห์แสงและโมเลกุลที่ระเหยไป การทดลองนี้ตั้งใจจะหาผลกระทบจากอารมณ์ของมนุษย์ที่มีต่อการเติบโตของพืช ซึ่งเปลี่ยนแปลงไประหว่างการลื่นไหลลงมานั่นเอง

9. บันไดเลื่อนพันกันในห้าง Le bon marché ของ Leandro Erlich

โด่งดังจากไปทั่วโลกจากงานที่มักจะออกแบบให้เหมาะกับแต่ละสถานที่อย่างปราณีตและมีความหมาย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็เช่นกัน ศิลปินชาวอาร์เจนไตน์ Leandro Erlich ได้เปิดตัว ‘Sous le ciel’ หรือ ‘Under the sky’ งาน Installation ชิ้นล่าสุดในห้าง Le bon marché กลางกรุงปารีส ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่เหล่าศิลปินได้ร่วมดัดแปลงพื้นที่ภายในอันเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ของห้างนี้ หลังจากที่ Ai Weiwei เคยมาในปี 2016 ส่วน Edoardo Tresoldi และ Chiharu Shiota ก็เคยมาอวดฝีมือกันไปในปี 2017

10. งานคลาสสิค Villa Savoye ของปรมาจารย์ Le corbusier ลอยในฟยอร์ดของเดนมาร์ค

ปิดท้ายด้วยงานคลาสสิคจากเทศกาลศิลปะลอยน้ำประจำปี 2018 ศิลปินชาวเดนิชอย่าง Asmund Havsteen-mikkelsen ได้เลียนแบบมุมหนึ่งของ Villa Savoye ของปรมาจารย์ Le corbusier ที่ทำขึ้นในปี 1929 ขนาดเท่าจริงและนำมาลอยน้ำ พร้อมตั้งชื่องานว่า ‘Flooded Modernity’ ซึ่งประติมากรรมกึ่งจมกึ่งลอยที่ฟยอร์ด Theejle นี้นั้นถือเป็นการแสดงความคิดเห็นของศิลปินที่มีต่อการการจมลงของเหตุผลในเหตุการณ์สังคมการเมืองที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Brexit, Donald Trump, The Cambridge Analytica Scandal และการใช้โซเชียล มีเดียบิดเบือนผลการเลือกตั้ง

Comments