อัพเดท 10 อันดับตึกสูงที่สุดในโลก ที่จะได้ยลโฉมในช่วงปี 2560 – 2564

39960
  {RAVEN. etc}

ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้การรักษาสถานะการมีตึกที่สูงที่สุดของโลกได้เพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างประเทศต่างๆในโลก ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และวัสดุต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมากทำให้ตึกและอาคารต่างๆ มีความสูงที่เหนือความคาดหมาย ปัจจุบันตึกที่สูงที่สุดในโลกคือ Burj Khalifa ตั้งอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีความสูงอยู่ที่ 828 เมตรเหนือพื้นดิน เป็นความสูงเกือบสองเท่าของตึกปิโตรนาส ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเมื่อไม่ถึง 20 ปีที่ผ่านมา คราวนี้เราพามาดูตึกใหม่ทั้ง 10 แห่ง ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในลิสต์ตึกสูงที่สุดในโลก 100 อันดับ โดย Council on Tall Buildings and Urban Habitat หรือ สภาตึกสูงและที่อยู่อาศัยในเมือง ทั้งนี้ ตึกใหม่ทั้ง 10 แห่ง บางส่วนก็เพิ่งมีการเปิดตัวไปไม่นานมานี้ และส่วนหนึ่งก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งตึกทั้งหมดนี้กำลังจะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกในไม่ช้า มาเริ่มนับถอยหลังกันเลยดีกว่า…  

อันดับที่ 10 – Skyfame Center Landmark Tower (528 เมตร) | NanNing ประเทศจีน

ตึกนี้มีทั้งหมด 108 ชั้น และคาดว่าจะแล้วเสร็จราวๆปี 2564 อย่างไรก็ตามนี่คือข้อมูลทั้งหมดที่เรามีอยู่เกี่ยวกับตึกอันดับที่ 10 ในรายการนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์หรือการแสดงผลอย่างเป็นทางการออกมาโดยนักออกแบบหรือนักพัฒนา  

อันดับที่ 9 – China Zun Tower (528 เมตร) | Beijing ประเทศจีน

อีกหนึ่งตึกของจีนซึ่งมีความสูงเท่ากันกับตึกอับดับที่ 10 แต่เรามีข้อมูลมากกว่า ตึกนี้เป็นส่วนขยายใหม่ของศูนย์กลางธุรกิจของกรุงปักกิ่ง ได้รับการออกแบบโดย Farrells ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกนานาชาติ ตึกนี้จะมุ่งความสนใจไปที่การทำพื้นที่สำนักงานและสโมสรเอกชน จุดชมวิว และพื้นที่ให้เช่าราคาสูงซึ่งจะอยู่ด้านบน ตึกนี้จะสูงที่สุดในประเทศจีนและสูงที่สุดในเขตอันตรายของแผ่นดินไหวแต่การยึดตึกนี้ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กจะทำให้ตึกมีเสถียรภาพ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561  

อันดับที่ 8 – Tianjin CTF Finance Centre (530 เมตร) | TianJin ประเทศจีน

ตึกสูง 97 ชั้นได้รับการออกแบบโดย Skidmore Owings & Merrill (SOM) ในชิคาโก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุ Gold LEED ตึกที่โค้งมนนี้มีสิ่งหุ้มที่มีสมรรถนะสูงซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงของแสงและลดผลกระทบจากลมบนพื้นผิวของตึก คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 ด้วยเช่นกัน  

อันดับที่ 7 – Lotte World Tower (554.5 เมตร) | Seoul ประเทศเกาหลีใต้

ด้านบนสุดของตึกแห่งเดียวของเกาหลีใต้นี้ได้รับการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว งานก่อสร้างภายนอกก็ได้เสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน และคาดว่าจะเปิดในฤดูใบไม้ร่วงภายในปลายปี 2560 ตึกนี้จะได้รับการใช้งานอย่างผสมผสาน มีความสูง 123 ชั้น เป็นตึกที่สูงที่สุดของประเทศและเป็นที่ 5 ของโลกในขณะนี้ ตึกนี้จะใช้พื้นที่เป็นออฟฟิศ และโรงแรม  

อันดับที่ 6 – Global Financial Center Tower 1 (568 เมตร) | ShenYang ประเทศจีน

อีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันคือ Baoneng Shenyang Global Financial Center ตึกสูง 114 ชั้นของจีนนี้ออกแบบโดย บริษัทข้ามชาติของอังกฤษชื่อ Atkins ตึกนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำนักงานพร้อมมีโชว์รูมรถยนต์สุดหรูด้านบน ตึกนี้มีการวางแผนที่จะเป็นจุดโฟกัสของย่านธุรกิจในเมืองที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทางอุตสาหกรรมของจีนเมืองนี้ และมีกำหนดจะเปิดในปี 2561  

อันดับที่ 5 – Goldin Finance 117 (596.5 เมตร) | TianJin ประเทศจีน

ตึกนี้เป็นตึกระฟ้าอันดับที่ 2 ของเทียนจินในรายการนี้และอันดับ 5 ของจีน แต่ไม่ใช่ตึกสุดท้าย กรอบโครงสร้างของตึกสูง 128 ชั้นได้เริ่มขึ้นแล้วและคาดว่าจะเปิดขึ้นในปี 2561 ตึกที่มีการใช้งานอย่างผสมผสานนี้ที่ออกแบบโดย Arup Group ได้ใช้เทคนิคโครงสร้างที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ มีดาดฟ้ารูปทรงเพชรอยู่ด้านบน  

อันดับที่ 4 – Ping An Finance Center (599 เมตร) | ShenZhen ประเทศจีน

ตึก 115 ชั้นโดย Kohn Pedersen Fox มีกำหนดจะเปิดในปี 2559 แต่การเปิดล่าช้าออกไปเป็นปีนี้ มีสำนักงานโรงแรมและพื้นที่ค้าปลีกรวมถึงดาดฟ้าชมวิวด้านบน โครงสร้างที่เกือบจะสำเร็จนี้ได้กลายเป็นจุดเด่นของย่านธุรกิจกลางเซินเจิ้นไปแล้ว  

อันดับที่ 3 – Merdeka PNB118 (630 เมตร) | Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย

ตึกนี้เป็นตึกระฟ้าที่สูงเป็นอันดับ 3 ของรายการนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเอเชียตะวันออกแห่งหนึ่ง ตึกที่สูง 118 ชั้นนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวออสเตรเลีย Fender Katsalidis Architects เมื่อเสร็จสิ้นตามที่คาดไว้ในปี 2563 ตึกแห่งนี้จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในมาเลเซียและสูงกว่าตึกปิโตรนาสอีกด้วย อย่างไรก็ตามตึกที่มีชื่อเสียงระดับโลกของ César Pelli จะรักษาสถานะของพวกเขาที่เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก  

อันดับที่ 2 – Wuhan Greenland Center (636เมตร) | WuHan ประเทศจีน

นี่เป็นอีกตึกหนึ่งที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 ดูเหมือนว่าปี 2561 จะเป็นปีที่เราได้เห็นปาฏิหาริย์ ตึกนี้จะมีการใช้งานอย่างผสมผสานซึ่งออกแบบโดย American Adrian Smith + Gordon Gill Architecture ตึกนี้มีแนวห่อหุ้มที่โค้งมน และแผนผังรูปทรงสามขาสำหรับการต้านทานแรงลมเช่นเดียวกับ Burj Khalifa นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่มีคุณสมบัติสมรรถนะสูงหลายประการ  

อันดับที่ 1 – Jeddah Tower (1000 เมตร) | Jeddah ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ดูเหมือนว่าตึกที่สูงที่สุดในโลกตึกนี้จะกลายเป็นจริงในปี 2563 ซึ่งเหนือกว่าตึกระฟ้าสูง 828 เมตรของดูไบ ตึกแห่งนี้จะไม่เพียงตึกที่สูงที่สุดเท่านั้น แต่ยังจะเป็นตึกแรกที่สูงถึง 1 กิโลเมตร ตึกนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกันชื่อ Adrian Smith ผู้ออกแบบตึกสูงที่สุดในโลก Burj Khalifa ตึกนี้จะมี 167 ชั้น สามารถมองเห็นทะเลแดงได้ และจะมีลิฟท์ที่รวดเร็วมาก เป็นตึกแรกที่จะได้ใช้ลิฟท์ชนิดนี้เลยทีเดียว ตึกนี้จะมีพื้นที่สำนักงาน โรงแรม อพาร์ทเมนต์ และพื้นที่ค้าปลีก เช่นเดียวกับ Burj Khalifa และ Wuhan Greenland Center ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ ตึกเหล่านี้จะถูกสร้างเป็นรูปสามขาหรือรูปตัวY เห็นได้ชัดว่านี่คือโลกของสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างที่มีเสถียรภาพสูงสุดจากการที่เราได้เห็นถึงโครงการใหญ่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ Jeddah Tower จะมาแทนที่ Burj Khalifa 10 ปีหลังจากที่ Burj Khalifa ได้ยึดตำแหน่งมาจากไทเป 101 ของไต้หวัน 

SOURCE
 http://skyscrapercenter.com/
https://www.arch2o.com/10-tallest-buildings-in-the-world-completing-in-2018/
ttp://world.time.com/2014/02/24/fog-dubai-skyline-burj-khalifa/

Comments