10 สุดยอดผลงานออกแบบยุค 90s ‘สไตล์โมเดิร์น’ ฝั่ง West Coast ประเทศสหรัฐอเมริกา

21153
{RAVEN. etc}

แม้ว่าเมืองใหญ่อย่าง New York จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งขุมทรัพย์ล้ำค่าสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบ ที่อุดมไปด้วยความรู้ เทคโนโลยี ตลอดจนสถาปัตยกรรมและอาคารชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าอีกฟากของดินแดนเสรีแห่งนี้จะมีงานออกแบบ และสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นเจ๋งๆ อยู่อีกมากมาย…

ฝั่งเวสต์โคสต์ หรือดินแดนฝั่งตะวันตกที่ติดมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐฯ อย่างวอชิงตัน โอเรกอน และแคลิฟอร์เนีย ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมงานออกแบบโมเดิร์นชั้นยอดของโลก โดยเฉพาะรัฐที่น่าจับตามองอย่างแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมผลงานของสถาปนิกตัวท็อปยุคกลาง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โบสถ์ โรงเรียน ตลอดจนตึกสูงเสียดฟ้า แม้ว่าสถาปัตยกรรมจะมีหลากหลายประเภท แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเอกลักษณ์ของความเป็นสถาปัตยกรรม “สไตล์โมเดิร์น”

ในที่นี้ผลงานที่โดดเด่นที่สุด10 อันดับ ถูกนำมารวบรวมอยู่ในหนังสือของ Sam Lubell ในชื่อ “Mid-Century Modern Architecture Travel Guide: West Coast USA” และได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์  Phaidon ทั้งนี้ Lubell ยังบอกอีกด้วยว่าผลงานที่ได้รับการคัดเลือกมาทั้ง 10 อันดับนี้ เป็นสถาปัตยกรรมที่นักออกแบบและสถาปนิกไม่ควรพลาดเลยทีเดียว!  

1. Salk Institute by Louis Kahn, San Diego, 1963

สถาบันวิจัยและศึกษาด้านชีววิทยาเป็นองค์กรอิสระที่ถูกก่อตั้งโดย Jonas Salk ผู้พัฒนาวัคซีนโปลิโอ ได้รับการออกแบบโดย Louis Kahn สถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้เป็น ‘Taj Mahal’ ในสไตล์ Brutalist ที่ดูแข็งกร้าว ต่างกับอนุสรณ์ความรักแห่งอินเดียที่แสนอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง ผู้เข้าชมจะได้ดื่มด่ำส่วมผสมที่ลงตัวระหว่างความสมมาตร ความมีน้ำหนัก และความบางเบา ด้วยโครงสร้างที่เหมือนภาพบนกระจก ตกแต่งด้วยคอนกรีตและท่อนซุง ลานที่ใช้เส้นสายลวดลายจากธรรมชาติ ซึ่งมีสายน้ำที่บอบบางไหลผ่านตรงกลาง มุ่งไปสู่สหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ปลายสุดของหน้าผา Luis Barragán ออกแบบให้จตุรัสแห่งนี้ไร้ต้นไม้ เพื่อให้ออกมาเป็นส่วนต้อนรับขึ้นไปสู่ท้องฟ้า  

2. Geisel Library by William Pereira, San Diego, 1970

แม้ว่าจะดูเผินๆแล้วหน้าตาของมันจะคล้ายกับของทางด่วนบ้านเรา แต่ห้องสมุด Geisel ถูกออกแบบโดยตำนานแห่งโมเดิร์นนิสต์ William Pereira อาคารที่มีรูปร่างคล้าย ziggurat นี้แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่เข้มแข็งกล้าหาญของนักกายกรรม ด้วยความสูงถึงแปดชั้น แตกกิ่งก้านสาขาออกไปเหมือนต้นไม้ โดยมีแท่งคอนกรีตที่โน้มอ่อน ตรึงทั้ง 4 ด้านของตัวอาคารเอาไว้ ห้องสมุดที่มองแล้วคล้ายกับยานอวกาศ จริงๆแล้วถูกออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนมือที่ถือลูกโลกไว้ การเดินผ่านตึกโดยใช้ทางเดิน UCSD’s Literary Walk เป็นประสบการณ์ที่ได้ซึมซับถึงการออกแบบที่ล้ำสุดๆ  

3. Stahl House by Pierre Koenig, Los Angeles, 1959

ที่นี่ถูกกล่าวขานว่าเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคกลาง ด้วยรูปร่างที่เหมือนกับลูกบาศก์กระจกใสลอยอยู่เหนือ Hollywood Hills มีวิวจากห้องนั่งเล่นเป็นเมือง Los Angeles ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ Case Study House #22 เนื่องจากตัวบ้านรูปร่างคล้ายตัว L นี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ทั้งแคบและชัน แต่กลับถูกเจ้าของบ้าน Buck และ Carlotta Stahl เนรมิตรขึ้นมาให้เป็นรูปเป็นร่างได้ ตัวบ้านถูกหุ้มด้วยกระจกที่สูงจากพื้นจรดเพดาน โอบล้อมด้วยแผ่นเหล็กลูกฟูก ทำให้ไม่บดบังทัศนียภาพจากจุดชมวิว Griffith Observatory ไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก

4. Wayfarers Chapel by Lloyd Wright, Los Angeles, 1951

โบสถ์ออกแบบโดย Lloyd Wright หรือ Frank Lloyd Wright Jr. ลูกชายของเจ้าพ่อ Frank Lloyd Wright ในตำนาน สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า “tree chapel” หรือโบสถ์ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ มีการใช้ไม้แดงสีเข้มและผนังกระจกที่ทำให้ตัวอาคารกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าได้อย่างแนบเนียน ตัวอาคารถูกสร้างให้เป็นโบสถ์ Swedenborgian ซึ่งเป็นนิกายหนึ่งของศาสนาคริสต์ที่เชื่อว่าธรรมชาติคือแหล่งรวมจิตวิญญาณทั้งปวง รอบโบสถ์จะมีสวนกุหลาบที่ถูกจัดวางไว้อย่างระมัดระวัง รวมไว้ถึงสระน้ำที่แสดงถึงความสงบ และจุดชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิค


5. Sunnylands by A Quincy Jones, Palm Springs, 1966

เสน่ห์ที่เกิดจากการรวมตัวกันของความหรูหราของยุคกลางและความฉูดฉาดแบบ Annenberg  จนกลายมาเป็นบ้านรับรองที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกคนสำคัญมาแล้วนับไม่ถ้วน ส่วนประกอบที่เป็นโมเดิร์น ตัวอย่างเช่น เสาและคานเปลือย, ชายคาที่ลึก, ผนังกระจกยาว การตีฝ้าเป็นทรงรวงผึ้ง, และโครงระแนงบังสายตา ความแปลกซึ่งกลายเป็นความโดดเด่น ได้แก่ หลังคาทรงพีระมิดสีชมพู, ผนังหินลาวา, เสามายันจำลอง ผนังสีชมพูและเหลือง พื้นหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์สไตล์รีเจนซี่


6. Weston Havens House by Harwell Hamilton Harris, Berkeley, 1940

Man Ray คือช่างภาพคนสำคัญที่ทำให้บ้านติดภูเขาหลังนี้กลายเป็นที่รู้จัก ตัวบ้านตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณ University of California ซึ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนลอยอยู่เหนืออ่าว San Francisco และโอบล้อมคุณด้วยการออกแบบภายในที่ซับซ้อนและอบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน Harris ได้ออกแบบบ้านนี้ให้กับ John Weston Havens Junio โดยมีโจทย์คือการสร้างที่พักอาศัยที่เปิดสู่ภายนอก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้มากที่สุด ระเบียงด้านนอกใช้ไม้ซุงทรงสามเหลี่ยมมัดเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้มีจุดชมวิว และใช้กระจกกั้นจากเป็นส่วนตัวจากโลกภายนอก


7. Saint Mary’s Cathedral by Pier Luigi Nervi and Pietro Belluschi, San Francisco, 1971


ความน่าสนใจของโบสถ์อยู่ที่การออกแบบให้แท่งคอนกรีตที่หนักหลายร้อยตันตั้งสูงตระหง่าน สีสันที่สดใส และแสงที่ลอดผ่านรูปทรง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม


              หลังคาคอนกรีตรูปร่างเหมือนอานม้า ปูทับด้วยกระเบื้องลวดลายหินธรรมชาติ ทำให้เกิดเป็นจุดเชื่อมต่อโค้งและสมมาตรจนเกิดเป็นรูปร่างของไม้กางเขน ด้านในคอนกรีตสามเหลี่ยมทรงโดมมีเพียงโครงสร้างค้ำยันแค่ 4 มุมเท่านั้น นอกจากนี้แท่นบูชาที่แวววับยิ่งทำให้ที่แห่งนี้ยิ่งมีมนต์ขลัง


8. Sea Ranch by Moore, Lyndon, Turnbull & Whitaker (MLTW); Joseph Esherick; Lawrence Halprin; etc, Sea Ranch, 1965

จุดหมายแรกของผู้แสวงหาผลงานโมเดิร์นหลายคนคือที่นี่ แนวคิดคือการสร้างกลิ่นอายและบรรยากาศความเป็นชนบทหรือ Rustic มารวมกับความเป็นโมเดิร์น จึงทำให้บ้านออกมาเป็นส่วนผสมของความดิบ โมเดิร์น และความอบอุ่น แต่สวยงามที่ตั้งอยู่ริมทะเลที่สวยที่สุด ตั้วบ้านตั้งอยู่บนหน้าผายาว 10 ไมล์ ห่างออกมาทางเหนือของ San Francisco 3 ชั่วโมง ตลอดแนวของ Pacific Coast Highway หรือถนนที่เลียบมหาสมุทรแปซิฟิก เต็มไปด้วยบ้านคนเรียงรายพร้อมกับแนวต้นสน พุ่มไม้ และต้นหญ้า ตึกที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Condominium One ของ Charles Moore เป็นตึกรูปร่างคล้ายโรงเรือน หุ้มด้วยไม้ เป็นการออกแบบที่ลึกซึ้งท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม  

9. Mount Angel Library by Alvar Aalto, Portland, 1970

เพชรเม็ดงามชิ้นนี้ตั้งอยู่ริมหน้าผา Benedictine Abbey จุดเด่นของห้องสมุดแห่งนี้คือการเล่นระดับและการใช้แสงที่ไม่เหมือนใคร ตึกครึ่งวงกลมผลงานของ Aalto มีการใช้กระจกแผ่นยาวเป็นวัสดุที่ปกคลุมด้านนอก ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเมื่อเดินผ่าน เมื่อเดินลงไปตรงกลางจะเห็นชั้นหนังสือรูปร่างคล้ายพัดเรียงรายโดยมีแสงจากด้านบนสาดส่องลงมาให้คามสว่างไสว

10. Rainier Tower by Minoru Yamasaki, Seattle, 1977

หอคอยโมเดิร์นสุดเท่ห์ที่ตั้งอยู่บนฐานคอนกรีตเว้าคอด 11 ชั้น ถ้าไม่ได้เห็นกับตาคงไม่เชื่อ แต่พอมาเห็นยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ ตึกนี้มีความคล้ายคลึงกับตึกแฝดของ Yamasaki ด้านบนของอาคารประกอบด้วยแผ่นกระจกและอะลูมิเนียมเรียงกันในแนวตั้ง โดยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ถึงขั้นว่ากันว่าทำให้ตึกนี้กลายเป็นที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว  
SOURCE
https://www.dezeen.com/2016/12/05/10-modernist-architectural-marvels-west-coast-usa/ ภาพโดย Darren Bradley

Comments