เตค ต้อง รู้ : 14 เทรนด์น่าจับตามอง ที่จะมาเปลี่ยนโลกอนาคต

8542
{RAVEN. etc}

คุณเคยคิดถึงอนาคตบ้างไหม? ถ้าเคย… ภาพของโลกอนาคตของคุณเป็นอย่างไร? หัวข้อนี้กำลังเป็นสิ่งที่น่าจับตามองมากในปัจจุบัน กระทั่งมันกลายเป็นหัวข้อ “สถาปัตยกรรมแห่งอนาคต ที่ไปไกลเกินกว่าคุณจะจินตนาการได้” แต่ในขณะเดียวกันมันกลับใกล้กว่าที่คิด… โดย The Huffington Post สื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน โปรเจคต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและตอบโจทย์ตามจินตนาการของคนเจนเนอเรชั่นต่อไป ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างพื้นลาดเอียงจากตัวอาคารเปิดไปยังสวนสาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการกำจัดขยะ ซึ่งนี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวจากแนวคิดของสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตเท่านั้น ครั้งหนึ่งสถาปนิกผู้โด่งดังอย่าง Frank Lloyd Wright  เคยพูดไว้ว่า “สถาปนิกที่ยิ่งใหญ่ คือ นักกวีที่ยิ่งใหญ่ เขาจะต้องเป็นนักสื่อสารที่ดีในเวลาของเขา  วันของเขา และช่วงอายุของเขา”

Frank มีวิสัยทัศน์ในการออกแบบที่เน้นความกลมกลืน และริเริ่มการวางผังเมืองด้วยวัสดุออร์แกนิกจากบริษัทของเขาเอง เป็นที่กล่าวถึงว่า Frank ไม่ได้เป็นแค่นักสื่อสารจากช่วงเวลาของเขา ว่ากันว่า Frank ยังเป็นเหมือน Da vinci แห่งวงการสถาปัตยกรรม ผู้คาดการณ์อนาคตราวกับว่าเคยเห็นมันมาก่อน เขาสามารถมองเห็นความต้องการของคนในอนาคต และช่วงเวลาข้างหน้าอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากสถาปนิกมีคุณสมบัติในการมองเห็นอนาคตได้ คงจะดีไม่น้อยสำหรับโลกใบนี้…

ต่อจากนี้คือ ‘14 งานดีไซน์แห่งโลกอนาคต’ ที่จะมาเป็นไอเดียต่อยอดความคิดทางสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่ได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

1. พอกันที! กับสะพานรูปแบบเดิมๆ ทำไมยังสร้างสะพานที่ดูน่าเบื่อแบบซ้ำๆ เดิมๆ กันอยู่? ทั้งๆ ที่เราสามารถสร้างสะพานข้ามแม่น้ำให้ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่เจ๋งกว่านั้นได้ และจากแนวคิดนี้เอง ทำให้เกิดเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ Dragon King Harbour ในประเทศจีน ซึ่งตัวสะพานแบ่งถนนเป็น 3 เลนที่พันเกี่ยวกันเป็นลอนโฉบท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงามของเมือง Changsha โดยการดีไซน์ของ NEXT Architects โปรเจคนี้ชนะการประกวดระดับนานาชาติเมื่อปีที่แล้ว และยังอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง  Michel Schreinemachers กล่าวบนเว็บไซต์ NEXT ว่า “การก่อสร้างเชื่อมตัดกันตามหลักการของ Möbius ring” และ “ในขณะเดียวกันยังสื่อถึงเงื่อนโบราณที่ใช้ตกแต่งในศิลปะพื้นเมืองของจีน” John van de Water กล่าวเสริม  

2. ตึกสูงเสริมความเฮง! หมุนรอบได้ทุกทิศ

ตึกระฟ้าสูง 80 ชั้น ช่างเหมาะสมกับความมั่งคั่งแห่งอนาคตของดูไบ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 2008 โดย Dynamic Architecture’s David Fisher ความพิเศษของอาคาร คือ ดีไซน์ของตัวตึก ที่สามารถบิดหมุนเป็นเกลียวสูงขึ้นไป แต่ละชั้นจะค่อยๆ บิดหมุนวนไปจนครบ 360 องศาในทุกๆ 90 นาที ด้วยแนวคิดนี้ ในอนาคตเราอาจเตรียมตัวบอกลาหลักฮวงจุ้ยแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะห้องสวีท (suite) ของตึกแห่งนี้สามารถหันหน้าได้ทั้ง 4 ทิศ และมันต้องแจ่มมากๆ แน่นอน ดูวีดิโอ https://www.youtube.com/results?search_query=Dynamic+Architecture+-+Rotating+Tower นอกจากนี้ยังมีกังหันลมขนาดใหญ่ คอยช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในอาคาร และยังสามารถจอดรถในอาคารได้สะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีลิฟท์จอดรถสุดล้ำ แม้ว่าในขณะนี้เราจะยังไม่แน่ใจว่าโปรเจคนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ (มีแพลนการสร้างในปี 2010) แต่มันจะเป็นไอเดียที่ทำให้อนาคตของวงการสถาปนิกได้พัฒนาไปอีกขั้นอย่างแน่นอน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dynamicarchitecture.net/  

3. สวนสวยในร่ม สำหรับทุกฤดูกาล

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 ที่ผ่านมา Strelka Institute ได้ประกาศรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันการออกแบบ ‘Zaryadye Park’ สวนสาธารณะแห่งใหม่ และยังเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในรอบ 50 ปีของกรุง Moscow ซึ่งผู้ชนะได้แก่ Diller Scofidio + Renfro (การร่วมงานกันระหว่าง Hargreaves Associates และ Citymakers ) ด้วยผลงานการออกแบบตามทฤษฎี ‘Wild Urbanism’ หรือ ภายใต้คอนเซ็ปลูกผสมระหว่างธรรมชาติ กับ ตึก/อาคาร ซึ่งจะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะใหม่ที่อยู่ร่วมกัน สวนแห่งนี้มีการออกแบบให้มีภูมิประเทศ 4 แบบด้วยกัน นั่นคือ แบบ tundra หรือ ทุนดรา (เขตที่มีอุณหภูมิต่ำ/ฤดูหนาว) steppe หรือ สเตปป์ (เขตพื้นที่กึ่งทะเลทราย) forest (เขตป่าที่อุดมไปด้วยพันธุ์พฤกษา) และ wetland (เขตพื้นที่ชุ่มน้ำ) ร่วมกับการใช้ micro-climates หรือ สภาพอากาศเฉพาะพื้นที่/เฉพาะจุดย่อยๆ ที่ทำให้สวนแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้ แม้ในช่วงฤดูหนาวที่เลวร้ายของประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมแบบ quasi-indoor หรือควบคุมในร่มตามฤดูกาล ได้แก่ การควบคุมอุณหภูมิ ลม และแสงจำลองเวลากลางวันตลอดเวลา ที่จะมาสร้างความสุขให้กับชาวเมืองในเขตพื้นที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก Diller Scofidio +Renfro กล่าวว่า “Zaryadye Park จะรวมเอาอดีตและอนาคตไว้ด้วยกัน”  

4. สถาปัตยกรรม ล่องหน…

สถาปัตยกรรมที่มองไม่เห็นเป็นการดีไซน์เหมือนกับในหนัง sci fi ซึ่งมันเกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ‘LED-clad Infinity Tower’ ในประเทศเกาหลีใต้ และมีการรายงานจาก CNN ในปี 2013 ว่า “การออกแบบนี้ประกอบด้วย LED façade system หรือ ระบบไฟ LED บนเปลือกอาคาร ที่ใช้กล้องหลายตัวส่งภาพ real-time ฉายไปบนกำแพงที่สะท้อนภาพบนตัวอาคาร นอกจากอาคารที่เกาหลีใต้แล้วแล้ว ยังมีการสร้างดีไซน์แบบเดียวกัน โดยกลุ่มสถาปนิก ‘stpmj’ จาก New York แม้ว่าจะมีโครงสร้างเล็กกว่าและมีการสะท้อนน้อยกว่า แต่ด้วยความตั้งใจที่ไม่แพ้กัน พวกเขาใช้วัสดุจากไม้และแผ่นกระจกเงาประกอบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนานกัน ราคาสูงถึง $5,000 เหรียญสหรัฐ ภายใต้ไอเดีย “การเบลอขอบเขตของการรับรู้” ระหว่างวัตถุและบริเวณโดยรอบ จนทำให้สิ่งก่อสร้างดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว  

5. ป้อมปราการ ป้องกัน ‘ภัยธรรมชาติ’

‘Dionisio González’ ในฐานะศิลปิน สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกรและนักวางผังเมืองชาวสเปน เป็นผู้ออกแบบที่อยู่อาศัยที่เปรียบเสมือนนป้อมปราการ ที่ใช้หลบภัยธรรมชาติในอนาคต มันถูกสร้างจากเหล็กและคอนกรีต ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างของพื้นที่อยู่อาศัยบนเกาะ Dauphin Island ตามภาพในหัวของ Dionsio เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของ Alabama ในอ่าว Mexico ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักประสบภัยพิบัติและพายุเฮอร์ริเคนอยู่เสมอ ครั้นเมื่อพายุพัดมายังเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยกว่า 1,200 คน สูญหายไป และสร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ทำให้คนบนเกาะจะต้องทิ้งที่อยู่ของเขา เพื่อที่จะสร้างที่อยู่ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้สถาปนิกเกิดไอเดียการสร้างตัวบ้านที่มีรูปร่างแปลกตา โดยการคำนึงถึงที่อยู่อาศัยบนเกาะเป็นหลัก จนทำให้ผลงานออกมาเป็นลูกผสมระหว่างบ้านริมชายหาด ที่หลบภัย และยานอวกาศ Dionsio สร้างพิมพ์เขียวจำลองของป้อมปราการขึ้นมา ทำการจำลองรูปร่างและโครงสร้างคอนกรีตที่เหมาะสมกับเกาะที่เต็มไปด้วยผู้อยู่อาศัย ถึงแม้ว่ายังไม่มีการก่อสร้างขึ้นจริง แต่เขาก็ได้วาดภาพโครงสร้างของบ้านตามหมู่เกาะไว้แห่งอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dionisiogonzalez.es/ และ https://www.huffingtonpost.com/2014/03/24/dionisio-gonzalez_n_5003367.html?utm_hp_ref=architecture

6. ‘เสื้อหนาว’ สำหรับตึกสูง

ตึก Dubai’s Burj Khalifa เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก มันมีความสูงถึง 2,716.5 ฟุต และประกอบด้วย 160 ชั้น นอกจากโครงสร้างที่อลังการด้วยตัวเองอยู่แล้ว ยังมีการห่อหุ้มตัวตึกด้วยปลอกหุ้มจากวัสดุสะท้อนแสง ซึ่งเป็นไอเดียจาก think tank ของดูไบ ‘OP-EN’ โปรเจคนี้มีชื่อว่า EXO-BURJ ในปี 2014 มีการออกแบบปลอกหุ้มรูปร่างคล้ายถุงเท้าหุ้มครอบทั้งตัวตึก ใช้วัสดุที่มีการสะท้อน ค่อนข้างโปร่งแสง และมีน้ำหนักเบา  ซึ่งเสื้อหนาวชั่วคราวนี้จะทำหน้าที่สะท้อนวิวของเมืองทั้งเมืองรอบๆ ตัวตึก จนเปลี่ยน Burj Khalifa ให้เป็นเหมือนกระจกขนาดใหญ่ของเมืองเลยทีเดียว  

7. โรงผลิตพลังงานสีเขียว

เมื่อความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน… โลกจะทำยังไงกับโรงไฟฟ้าที่เก่าคร่ำครึ ที่นับวันก็ยิ่งเสื่อมโทรมลง? ทำไมไม่พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส แล้วเปลี่ยนให้พื้นที่โรงไฟฟ้าเป็นพื้นที่สีเขียวแทน? จากคำถามง่ายๆ ที่สามารถลงมือทำเพียงครั้งเดียวแต่ได้ประโยชน์ถึง 2 ประการ ข้อแรกจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับมัน ในขณะเดียวกัน มันยังเกิดประโยชน์ประการทีสองตามมา ซึ่งนั่นก็คือ แนวทางใหม่ในการจัดการกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ถูกปล่อยออกมาได้อย่างชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โปรเจคนี้ถูกสร้างสรรค์โดย AZPA (Alejandro Zaera-Polo Arquitectura) ซึ่งคิดการใหญ่ ที่จะเปลี่ยนโรงไฟฟ้าเก่าในประเทศเยอรมันอย่าง Wedel Vattenfall ให้กลายเป็นโรงผลิตพลังงานโฉมใหม่ โดยปรับปรุงจากโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ถูกนำมาหุ้มตัวอาคารด้วยพืชไม้เลื้อย ไม่เพียงแต่จะหุ้มพื้นผิวภายนอกอาคารให้ดูเขียวชะอุ่มและสบายตาเท่านั้น มันยังช่วยสร้างแผ่นดูดซับ CO2 ที่ปล่อยออกมาในอากาศได้อีกด้วย AZPA ได้อธิบายไอเดียของโปรเจคนี้ว่า “มันเป็นความพยายามแก้ไขความขัดแย้งระหว่างธรรมชาติกับการกระทำของมนุษย์”  

8. ‘เปลือกข้าวโพด และ ‘รากเห็ด’ สู่ อาคารย่อยสลายได้

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Museum of Modern Art and MoMA PS1 ได้เลือก “อาคารจากอิฐออร์แกนิค” ซึ่งเป็นโปรเจคของ The Living ที่เรียกว่า Hy-Fi ให้เป็นผู้ชนะในการประกวด Young Architects Program’s (YAP) 15th edition โดยโครงสร้างชั่วคราวจะถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีแบบ bio-design หรือ การผสมผสานระหว่างความรู้ด้านชีววิทยากับการออกแบบและศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อนำมาสร้างเป็นประดิษฐกรรมใหม่ๆ ที่ใช้วัสดุออร์แกนิคทั้งหมด ArchDaily ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ รายงานว่า “ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นจากการทับซ้อนของโครงสร้างที่ unique จาก 2 วัสดุใหม่ นั่นก็คือ อิฐที่ทำจาก ‘เปลือกข้าวโพด’ กับ ‘รากเห็ด’ ที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบโดย 3M ถูกนำมาใช้เป็นบล็อกสำหรับอิฐออร์แกนิค ก่อนที่จะประกอบเข้าเป็นโครงสร้างอาคาร” จากการอ้างอิงจากเว็บไซต์ของ MoMA กล่าวว่า Hy-Fi เป็นโครงสร้างแรกที่ได้รับการอ้างว่าปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากกระบวนการก่อสร้างและสามารถย่อยสลายได้ 100% “การคิดค้นอิฐ มีรากฐานมาจาก Biotech ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานในงานด้านสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดวัสดุแห่งอนาคตที่จะช่วยเปิดโลกของสถาปัตยกรรมและการออกแบบให้กว้างยิ่งขึ้น” และท้ายที่สุดมันสามารถตอบโจทย์โลกอนาคตได้อย่างแน่นอน  

9. การออกแบบภายในสามมิติ (3D-Printed Interiors)

งานนี้ทำเอานักตกแต่งภายในแทบจะตกงาน! เพราะการตกแต่งภายในแห่งโลกอนาคตจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3D printer โดยไอเดียนี้เกิดขึ้นจากสถาปนิก 2 คน คือ Michael Hansmeyer และ Benjamin Dillenburger ผู้ชูคอนเซ็ปในโปรเจค “Digital Grotesque” พวกเขาใช้ 3D printed ในการตกแต่งภายในของห้องทั้งห้อง โดยสร้างลูกบาศก์ขนาด 16 ตารางเมตร ประดับด้วยของตกแต่งอื่นๆ ทำให้เกิดความสวยงามที่ราวกับว่าเป็นของตกแต่งที่ใช้ในวิหารแห่งอนาคตเลยทีเดียว

“พวกเรามุ่งมั่นจะสร้างสถาปัตยกรรมที่มีความท้าทายในการจัดประเภทและมีความเป็น reductionism หรือ ลดทอนนิยม (ทฤษฎีที่ลดทอนสิ่งต่างๆ ให้ย่อยลงเป็นส่วนประกอบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถอธิบายถึงหลักการพื้นฐานได้มากขึ้น) ซึ่งโปรเจค Digital Grotesque อยู่กึ่งกลางระหว่างความยุ่งเหยิงและความเป็นระเบียบ ความเป็นธรรมชาติและการประดิษฐ์ การอ้างอิงถึงธรรมชาติหรือรูปแบบที่มีอยู่จะไม่รวมเข้ากับขั้นตอนการออกแบบ แต่จะปรากฎในสายตาของผู้ที่เฝ้ามองเท่านั้น”  

10. +POOL : สระว่ายน้ำ… ในแม่น้ำ

ไม่ว่าใครก็ต้องตกหลุมรักโปรเจคจาก New York ของ Family และ PlayLab เพราะพวกเขาวางแผนจะสร้างระบบการกรองน้ำขนาดใหญ่ติดตั้งบนแม่น้ำระหว่าง Manhattan และ Brooklyn โดยมีสระว่ายน้ำ ที่มีชื่อว่า +POOL มีความยาว 164 ฟุต และแพลนที่จะติดตั้งในปี 2016 (หากการระดมทุนทั้งหมดเป็นไปตามที่คาด) ใครที่กำลังมองหาสระว่ายน้ำแห่งอนาคต เราแนะนำให้มาดูที่สระว่ายน้ำแห่งนี้เลย! “เราไม่เคยคิดที่จะใช้แม่น้ำเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ที่ต่างจากสิ่งที่มันเป็นเลย ดังนั้นในฐานะสถาปนิก เราจึงเกิดความคิดว่า ‘จะเป็นยังไงถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันหรือนำเสนอแนวคิดที่จะเปลี่ยนได้’ เราจึงตัดสินใจที่จะผลักดันไอเดีย +POOL ไปสู่คนทั้งโลก แม้ว่าเราก็ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง”  

11. บ้านลมสำหรับผู้ใหญ่ = ฮอลล์คอนเสิร์ต

มองจากภายนอกมันดูเหมือนกับขนม jelly bean สีม่วงขนาดยักษ์ แต่เมื่อมองจากด้านในมันเหมือนกับเปลือกหอยที่มีสีสันเรืองแสง แต่สิ่งที่มีลักษณะเหมือนบ้านลมนี้คือฮอลล์คอนเสิร์ตในรูปร่างแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน มันเป็นฮอลล์คอนเสิร์ตที่สามารถพองตัวได้ หรือที่เรียกว่า “Ark Nova” สร้างสรรค์โดย Anish Kapoor ประติมากรชาวอังกฤษและ Arata Isozaki สถาปนิกชาวญี่ปุ่น พวกเขาร่วมทีมกันเพื่อสร้างสิ่งนี้บนพื้นที่แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิปี 2011 ซึ่งไอเดียนี้สามารถนำไปใช้สร้างได้ในทุกๆ พื้นที่ Kapoor กล่าวใน website ของ Aka Nova ว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ถูกชักชวนเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ Ark Nova ใน Tohoku ตัวโครงสร้างเป็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับการรวมตัวกันและสำหรับดนตรี ซึ่งมีสีสันและรูปแบบที่หุ้มล้อมกัน ฉันหวังว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะสามารถถูกลบล้างไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยที่ดนตรีสามารถปลอบใจ   และรวมชุมชนกลับเข้าด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”  

12. ตึกไม้ สูงเสียดฟ้า…

แม้ว่าตึกสูงที่ทำจากไม้จะไม่น่าตื่นเต้นเท่าตึกสูงที่มีดีไซน์การบิดเป็นเกลียวที่ดูไบ แต่ถ้าพูดว่าการสร้างตึกสูงขึ้นไป 34 ชั้น จาก ‘ไม้’ ก็คงน่าอัศจรรย์ไม่น้อย และโปรเจคนี้อาจจะเกิดขึ้นจริงได้ หากC.F. Møller และ DinnellJohansson ผู้ชนะจากการประกวดHSB Stockholm 2013 ได้ทำตามแพลนการสร้างตึกสูงระฟ้าจากไม้ของพวกเขา การสร้างตึกสูงให้เป็นที่อยู่อาศัย คือ แผนสำหรับการเปลี่ยนโฉมศูนย์กลางของกรุง Stockholm ในอนาคต หรือ ในปี 2023 อย่างไรก็ตาม จะมีเพียงโปรเจคเดียวเท่านั้น ที่จะได้รับการอนุมัติให้สร้างขึ้นจริง  

13. สวนฟองน้ำ ดูดสารพิษ

เป็นที่รู้กันดีว่า Gowanus canal ของ New York เป็นแหล่งกำเนิดของสารพิษ มลภาวะทางน้ำ และสิ่งปฏิกูล ซึ่งถูกทิ้งลงไปในน้ำมากมาย จากปัญหานี้เอง ทำให้เกิดโปรเจคเล็กๆ ที่ชื่อว่า “Sponge park” หวังว่าจะช่วยเปลี่ยนสถานที่ในย่าน Brooklyn ให้กลายเป็นสถานที่ที่สะอาด ถูกคัดกรองอย่างเหมาะสม และเป็นแบบจำลองสำหรับการวางผังเมืองในอนาคต กลุ่มอนุรักษ์ของ Gowanus canal และสถาปนิกจาก dlandstudio ประกาศในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ว่ามีแพลนจะติดตั้งระบบบัฟเฟอร์และการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อชะลอ ดูดซับและกรองของเสียจากท่อระบายน้ำของ Gowanus ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะผ่านไปสู่ลำคลอง ดังนั้นพื้นที่ Sponge Park ไม่เพียงแต่เปลี่ยนพื้นที่ปนเปื้อนมลภาวะกว่า 11.4 เอเคอร์ไปสู่บริเวณริมน้ำที่น่าพอใจ ยังช่วยดูดซับมลพิษที่ยังคงไหลมาจากพื้นที่อุตสาหกรรมอีกด้วย American Society of Landscape Architects กล่าวในเว็บไซต์ว่า “กระบวนการของโปรเจคนี้ เรียกว่า Phytoremediation ซึ่งทำการเลือกพืชที่จะมาสลายมลพิษและโลหะหนักในน้ำที่ปนเปื้อน น้ำสกปรกที่ได้จากระบบระบายน้ำจะถูกกักเก็บอยู่ในแทงค์และค่อยๆปล่อยออกสู่พื้น”  

14. ตึกสูงสุดระห่ำ แบบหนัง sci fi

ในปี 2014 สถาปนิกจีนจาก MAD ได้เปิดเผยดีไซน์ของ Chaoyang Park Plaza ศูนย์รวมของตึกสูงระฟ้า สำนักงานและพื้นที่สาธารณะ มีการจัดวางเลียนแบบภูเขา หน้าผา ทะเลสาบ ที่ปรากฏในภาพวาดของจีน และคอมเพล็กซ์นี้ถูกสร้างขึ้นแล้วในเมือง Beijing ประเทศจีนโดยทำให้เกิดมุมมองเส้นขอบฟ้าที่กว้างขวางเหมือนกับฉีกมาจากหน้านวนิยายในอนาคต “โปรเจคนี้ได้แรงบันดาลใจการจัดวางโครงสร้างจากภาพวาดทิวทัศน์โบราณของจีน เช่น ทะเลสาบ น้ำพุ ป่าไม้ อ่าว หมู่บ้านและก้อนหิน กลายไปสู่พื้นที่เมืองในปัจจุบัน ซึ่งมีความสมดุลระหว่างความหนาแน่นของเมืองและภูมิประเทศทางธรรมชาติ โดยรูปแบบการวางตัวของตึกยังสะท้อนลักษณะเด่นของภูมิประเทศตามธรรมชาติและยังนำเสนอธรรมชาติกลับเข้าสู่สังคมเมืองอีกด้วย” MAD กล่าว และนับว่าถือเป็นโชคดีของปักกิ่งที่ตอนนี้เส้นขอบฟ้าของพวกเขากำลังอยู่ในกระบวนการก่อสร้างแล้ว  

SOURCE
https://www.archdaily.com/512235/14-architectural-trends-that-will-define-the-next-decade

Comments