ทักษะที่ถูกลืม… 4 ทักษะที่ ‘สถาปนิก’ ขาดไม่ได้เด็ดขาด!

2041
{RAVEN. etc}

โดยปกติแล้ว คนเรายิ่งเก่ง อีโก้และความมั่นใจในตัวเองจะยิ่งสูง มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่หลายคนมักคิดว่าความรู้ หรือทักษะที่ตัวเองมีอยู่นั้นเพียงพอ สำหรับการทำงาน ตลอดจนการดำรงชีวิตของพวกเขา โดยที่ลืมคิดไปเลยว่า “การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด…” หลายคนอาจคิดว่าทักษะเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องไกลตัวที่ฝึกฝนหรือปฏิบัติได้ยาก มิหนำซ้ำยังดูน่าจะต้องใช้เวลามากพอควร แต่ใครเลยจะรู้ว่า บางทีมันอาจจะเป็นทักษะที่เรามีกันอยู่แล้วในตัวกันอยู่บ้างแล้วไม่มากก็น้อย เปรียบเสมือนอาวุธลับที่โดนเก็บเอาไว้จนฝุ่นเขรอะ เพียงแค่ขอเวลา หามันให้เจอ และนำมันมาปัดฝุ่น ลับมันให้คมเท่านั้นเอง ทักษะที่เรากำลังจะพูดถึงอาจจะเป็นเรื่องที่เราทุกคนล้วนรู้ดีกันอยู่แล้ว เพียงแต่ในบางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเรายิ่งเติบโตขึ้น เก่งขึ้น เรากลับลืมมันไปจนเสียหมดสิ้น วันนี้เราจึงอยากลองให้คุณขุดมันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วถามตัวเองว่า เราจะเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร หากไม่มีทักษะเหล่านี้?

และสำหรับคนที่กำอาวุธเหล่านี้ไว้แน่นดีอยู่แล้ว เคยลองถามตัวเองอีกมั้ย ว่าเราได้ลับอาวุธในมือให้คมกริบอยู่เสมอหรือไม่? เราจะมาย้ำในสิ่งเติมๆ ให้ชัดเจนกันยิ่งขึ้น เพราะเราไม่อยากให้คุณลืม 4 ทักษะที่ ‘สถาปนิก’ จะขาดไม่ได้เด็ดขาด

1. การทำงานเป็นทีม

ว่ากันว่าหากต้องทำงานอยู่ในแวดวงนี้ สถาปนิกควรจะต้องมีภาวะความเป็นผู้นำในการนำทีมอยู่ไม่น้อย เพราะว่าการทำงานจริงๆ สถาปนิกจะต้องทำงานร่วมกับกลุ่มคนหลายๆ กลุ่ม ที่เต็มไปด้วยควทมหลากหลาย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ก็มักที่จะมีพื้นเพ และความสามารถที่แตกต่างกัน ใช่เพราะไม่มีใครเก่งไปซะทุกเรื่อง แม้แต่ตัวสถาปนิกเองก็อาจมองไม่เห็นในบางเรื่องที่คนอื่นมองเห็น ตัวอย่างกลุ่มคนที่มักจะทำงานร่วมกับสถาปนิกก็เช่น เหล่าวิศวกรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องของโครงสร้าง นักออกแบบที่คอยนำเสนอไอเดียเจ๋งๆ บนพื้นฐานและมุมของนักออกแบบ หรือว่าจะเป็นที่ปรึกษาในงานเฉพาะทางบางอย่าง เป็นต้น ไม่ว่าอย่างไร การทำงานร่วมกันจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย หากเรายังต้องการผลงานที่ไร้ที่ติ หน้าที่ของสถาปนิกในการนำทีมให้ทำงานร่วมกันได้ก็คือ เขาหรือเธอจะต้องดึงศักยภาพของแต่ละกลุ่มคนออกมาให้ได้ เพื่อที่จะคอยทำงาน ตลอดจนแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้อาจต้องอาศัยประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้อื่นมาบ้าง และต้องเข้าใจในบริบทที่แตกต่างกันระหว่างโปรเจคด้วยเช่นกัน  

2. การคิดแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

หลายคนคงเคยได้ยินกันอยู่แล้วว่า “ทุกปัญหาล้วนมีทางออก” ซึ่งก็เหมือนจะจริง แต่พอเอาเข้าจริงในทางปฏิบัติ แน่นอนว่าทางออกของปัญหามันไม่มีหาเจอกันทันที ไม่ต่างอะไรเลยกับการหลงเข้าไปอยู่ในถ้ำ หลายครั้งเราจึงต้องอาศัยการลองผิดลองถูกกันไปบ้าง แม้บางครั้งการลองผิดลองถูกอาจจะไม่ได้ทำให้เจอทางแก้ปัญหา แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำ และได้รู้ว่าการกระทำเช่นนี้ จะส่งผลออกมาอย่างไร เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีอะไรสูญเปล่า สถาปนิกบางคนก็เลือกที่จะใช้วิธีการทำซ้ำๆ ในสิ่งเดิมๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความเชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆ ให้กับตัวเอง ครั้นเมื่อเจอปัญหาก็จะทำให้สามารถผ่านมันไปได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

3. การวิเคราะห์ และ มองให้ขาด

หลายครั้งสถาปนิกมักจะได้โจทย์ที่ค่อนข้างยาก ซับซ้อน ที่บางครั้งก็ดูขัดใจในการออกแบบ เพราะโจทย์ที่ว่านั้นอาจจะเป็นสิ่งที่กว้างหรือไกลตัวอยู่พอสมควร ซึ่งบอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการคิดและจินตนาการภาพให้ออก เพื่อทำความเข้าใจเนื้องานหรือสิ่งที่กำลังเผชิญให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงเวลานำเสนอไอเดียเหล่านั้นออกมาให้เป็นโปรเจค สถาปนิกก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ ในการอธิบายและถ่ายทอดไอเดียในหัวออกมาให้คนอื่นๆ เข้าใจได้ง่าย ตลอดจนให้คนอื่นเห็นภาพว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จะเป็นอย่างไร พูดถึงตรงนี้แล้วงานของสถาปนิกก็ดูจะมีความท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจินตนาการ การถ่ายทอดความคิด และ การปฏิบัติลงมือทำจริงจะต้องไปด้วยกันเสมอ  

4. ตรรกะในการวางแผนงาน

ความชัดเจนในแต่ละขั้นตอน เป็นสิ่งสำคัญในงานออกแบบของสถาปนิก ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นการวางแผนให้รอบคอบ รัดกุมบวกกับเหตุผลของวิธีการทำงานจึงจำเป็นต้องระบุอย่างชัดเจนอยู่เสมอ เพราะสุดท้ายผลงานที่ออกมานั้น จะต้องตอบโจทย์ในวิถีของสถาปนิกให้ได้ ในฐานะสถาปนิก เราเชื่อว่าคนกับที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญ และความเชื่อมโยงกันอย่างมาก หรือถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือหากงานออกแบบที่ออกมาไม่ตอบโจทย์ในการอยู่อาศัย และประโยชน์การใช้สอย นั่นก็เท่ากับว่าการวางแผนงานหรือตรรกะในการคิดลงในรายละเอียดบางอย่างยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ซ้ำร้ายหากเจอพวก perfectionist ผลงานที่ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ จะถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยเลยทีเดียว  

มาถึงตรงนี้แล้ว คุณคิดว่าคุณพร้อมที่จะใช้อาวุธของคุณให้เต็มศักยภาพของมันแล้วหรือยัง?  

SOURCE
https://www.archdaily.com/886613/4-must-have-skills-architects-need-to-tackle-turbulent-times?ad_medium=widget&ad_name=navigation-next

Comments